ธรรมศาลา ธรรมศาลา
ชุมชนกัลยณมิตรธรรม
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

ธรณีวิทยาประเทศไทย รอยเลื่อน แผ่นดินไหว

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    ธรรมศาลา -> วิทยาศาสตร์ทางจิต
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Sat Sep 08, 2007 12:47 pm    เรื่อง: ธรณีวิทยาประเทศไทย ร ตอบโดยอ้างข้อความ

ธรณีวิทยาประเทศไทย รอยเลื่อน แผ่นดินไหว

.........ประเทศไทยประกอบด้วยแผ่นเปลือกโลก (ในภาษาอังกฤษมีหลายคำที่ใช้เรียก คือ plate, block, craton, microcontinent แต่ปัจจุบันนิยมคำว่า terrane) ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแนวรอยตะเข็บ (suture) ที่เชื่อมต่อกัน 2 แผ่นคือ แผ่นเปลือกโลกชาน-ไทย ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกและ แผ่นเปลือกโลกอินโดจีน ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกดังรูปที่ 1



รูปที่ 1 แผนที่แสดงขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกของประเทศไทยและภูมิภาคใกล้เคียง

.........พื้นที่ของแผ่นเปลือกโลกชาน-ไทยครอบคลุมบริเวณด้านตะวันออกของประเทศพม่า บริเวณภาคเหนือ-ภาคตะวันตก-ภาคใต้ของประเทศไทย รวมถึงบริเวณประเทศมาเลเซีย และบริเวณตอนเหนือของเกาะสุมาตราด้วย พื้นที่ของแผ่นเปลือกโลกอินโดจีนครอบคลุม บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคตะวันออกของประเทศไทยบริเวณประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว บริเวณประเทศกัมพูชา รวมถึงบางส่วนของประเทศเวียดนามด้วย พื้นที่ประเทศไทยที่อยู่ในส่วนของแผ่นเปลือกโลกชาน-ไทยรองรับด้วยหินตั้งแต่มหายุคพรีแคมเบรียน (544-4,500 ล้านปี) มหายุคพาลีโอโซอิก (245-544 ล้านปี) มหายุคมีโซโซอิก (65-245 ล้านปี) และมหายุคซีโนโซอิก (ปัจจุบัน-65 ล้านปี) เป็นส่วนใหญ่แต่ในส่วนของแผ่นเปลือกโลกอินโดจีนรองรับด้วยหินมหายุคพาลีโอโซอิก มหายุคมีโซโซอิก และมหายุคซีโนโซอิกเป็นส่วนใหญ่ แผ่นเปลือกโลกอินโดจีนและชาน-ไทย เคยมีประวัติว่าแยกตัวออกจากแผ่นเปลือกโลกกอนด์วานาหรือประเทศออสเตรเลียในปัจจุบัน ซึ่งผู้ทำการวิจัยหลายคนมีความเห็นและแสดงทรรศนะต่างๆ กันว่าแผ่นเปลือกโลกแยกตัวออกมาในช่วงอายุไม่พ้องกัน เช่น Bunopas and Vella, 1978; Helmcke and Lindenberg, 1983; Hahn et al., 1986; Wolfart, 1987; Audley-Charles, 1988; Cooper et al., 1989; Metcalfe, 1990; Panjasawatwong, 1991; Singharajwarapan, 1994; Chaodumrong, 1992; Sashida, 1995; และ Hada, et al., 1997

.........จากการเคลื่อนตัวของแผ่นเปลือกโลกอินเดียเข้ามาชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียในช่วงยุคเทอร์เชียรีทำให้ชั้นหินของแนวสุโขทัย (Sukhothai Fold Belt) และชั้นหินแนวเลย-เพชรบูรณ์ (Loei-Petchabun Fold Belt) ซึ่งอยู่ระหว่างขอบรอยต่อ ของแผ่นเปลือกโลกชาน -ไทยและอินโดจีนเกิดการคดโค้งตัว และพัฒนาเกิดแนวรอยเลื่อนที่ สำคัญในประเทศไทยหลายแนวด้วยกัน อาทิ รอยเลื่อนตามแนวระดับ (strike-slip fault) ในทิศทางตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ เช่น รอยเลื่อนแม่ปิง รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ และในทิศทางตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้เช่น รอยเลื่อนอุตรดิตถ์-น่าน รอยเลื่อนระนอง รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย เป็นต้น

.........หินต่างๆที่รองรับพื้นที่ประเทศไทยตั้งแต่มหายุคพรีแคมเบรียนถึงตะกอนยุคควอเทอร์นารี มีการแผ่กระจายดังแสดงไว้ในรูปที่ 2




รูปที่ 2 แผนที่ธรณีวิทยาประเทศไทย (ซ้ายมือ) ย่อจากมาตราส่วน 1: 2,500,000 และคำอธิบายแผนที่ (ขวามือ)
.........ซึ่งย่อส่วนมาจากแผนที่ธรณีวิทยามาตราส่วน 1:2,500,000 ส่วนการลำดับชั้นหินและการกระจายตัวจากยุคหินที่เชื่อว่าอายุแก่ที่สุดไปหาอายุอ่อนสุด แสดงให้เห็นโดยภาพรวมทั้งประเทศ ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้กับการอธิบายถึงลักษณะตามภูมิภาคต่างๆ ได้ มีดังนี้ (โปรดดู "ตารางเวลาทางธรณีวิทยา" ประกอบ)

.........หินมหายุคพรีแคมเบรียน ส่วนใหญ่หมายถึงหินแปรสภาพอย่างไพศาลซึ่งเป็นหินแปรเกรดสูงจำพวกหินออร์โทไนส์ (หินแอนนาเท็กไซต์หรือหินมิกมาไทต์) หินพาราไนส์ หินชีสต์ หินแคลก์ซิลิเกตและหินอ่อน พบแผ่กระจายตัวอยู่ตามแนวขอบตะวันตกของแผ่นเปลือกโลกชาน-ไทย ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช และทางภาคตะวันออกในเขตจังหวัดชลบุรี
.........หินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนล่างประกอบด้วยหินยุคแคมเบรียนถึงหินยุคดีโวเนียน หินชั้นเป็นพวกหินทราย หินดินดาน หินคาร์บอเนตและหินแปรเกรดต่ำ โดยจะโผล่ให้เห็นเป็นแนวยาวจากบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตกตอนบน ผ่านลงมาทางบริเวณภาคตะวันตกตอนล่างจนถึงสุดเขตภาคใต้ และทางบริเวณภาคตะวันออก กลุ่มหินที่สำคัญในบริเวณภาคใต้ได้แก่ กลุ่มหินตะรุเตายุคแคมเบรียน หินคาร์บอเนตกลุ่มหินปูนทุ่งสงยุคออร์โดวิเชียน และกลุ่มหินตะนาวศรียุคไซลูเรียนถึงคาร์บอนิเฟอรัส
.........หินมหายุคพาลีโอโซอิกตอนบน ประกอบด้วยหินยุคคาร์บอนิเฟอรัสถึงหินยุคเพอร์เมียน หินมหายุคนี้พบแผ่กระจายตัวอยู่เกือบทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ยกเว้นบริเวณที่ราบสูงโคราชเท่านั้น หินยุคคาร์บอนิเฟอรัสส่วนใหญ่เป็นพวกหินทราย หินดินดานและหินโคลนปนกรวด มีหินเชิร์ตและหินปูนบ้าง ในขณะที่หินยุคเพอร์เมียนส่วนใหญ่เป็นหินปูนมีหินดินดาน หินทรายและหินเชิร์ตบ้าง ขอบเขตของหินปูนยุคเพอร์เมียนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แนว แนวที่ปรากฏอยู่ ทางด้านซีกตะวันตกของประเทศรวมถึงบริเวณภาคใต้ด้วยนั้นกำหนดให้เป็นกลุ่มหินปูนราชบุรี ส่วนแนวที่ปรากฏทางตะวันออกครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรีจังหวัดนครสวรรค์และพื้นที่ตามแนวขอบที่ราบสูงโคราชด้านตะวันตกซึ่งมักพบว่ามีหินภูเขาไฟและหินอัลตราเมฟิกปนอยู่ด้วยได้รับการกำหนดให้เป็นกลุ่มหินปูนสระบุรี กลุ่มหินปูนทั้งสองกลุ่มนี้ในปัจจุบันเป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และก่อสร้างที่สำคัญของประเทศ สำหรับหินยุคเพอร์เมียนในบริเวณภาคเหนือใช้ชื่อเรียกว่ากลุ่มหินงาว
.........หินมหายุคมีโซโซอิกได้แก่ หินยุคไทรแอสซิก หินยุคจูแรสซิกและหินยุคครีเทเชียส ในช่วงยุคไทรแอสซิกเป็นการสะสมตัวของชั้นหินดินดาน หินปูน และหินทราย ในสภาพแวดล้อมภาคพื้นสมุทร ขอบเขตของหินยุคไทรแอสซิกที่พบส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันตก ได้แก่กลุ่มหินลำปาง แต่ก็มีปรากฏให้เห็นทางด้านชายฝั่งทะเลตะวันออกและภาคใต้เช่นกัน สำหรับหินในช่วงยุคจูแรสซิก-ครีเทเชียส นั้นเป็นพวกหินทราย หินทรายแป้ง หินดินดานและหินกรวดมน โดยชั้นหินมีลักษณะสีแดงบ่งบอกถึงสภาวะแวดล้อมภาคพื้นทวีป ขอบเขตหินยุคจูแรสซิก-ครีเทเชียสแผ่ปกคลุมบริเวณที่ราบสูงโคราชทั้งหมดจึงกำหนดชื่อให้เป็นกลุ่มหินโคราช ส่วนเป็นบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือและในบางพื้นที่ของภาคตะวันตกตอนบน ภาคตะวันตกตอนล่างและบริเวณภาคใต้นั้นเป็นพวกหินดินดานและหินปูนยุคจูแรสซิก เกิดสะสมตัวในสภาวะแวดล้อมภาคพื้นสมุทร
.........หินมหายุคซีโนโซอิกประกอบด้วยหินยุคเทอร์เชียรีและหินยุคควอเทอร์นารี หินมหายุคนี้เป็นหินที่สะสมตัวบนบกและในทะเลลึกของแอ่งที่จมตัวลงไปในลักษณะเป็นบล็อกกึ่งกราเบนซึ่งวางตัวอยู่ในแนวเหนือใต้ ทั้งนี้เนื่องจากอิทธิพลการยกตัวของแผ่นดินและการเกิดรอยเลื่อนในช่วงที่แผ่นเปลือกโลกอินเดียเคลื่อนตัวขึ้นมาชนกับแผ่นเปลือกโลกยูเรเซียเมื่อประมาณ 40-50 ล้านปีที่ผ่านมา ชั้นหินภายในแอ่งเทอร์เชียรีประกอบด้วยพวกหินทราย หินดินดานและหินโคลน แอ่งเทอร์เชียรีที่พบกระจัดกระจายอยู่ทั้งบนบกและในทะเลทั่วประเทศกว่า 60 แอ่งนี้มีความสำคัญทางเศรษฐกิจด้านแหล่งพลังงานเชื้อเพลิงเพราะเป็นแหล่งถ่านหิน ปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ
.........พื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไทยปกคลุมด้วยชั้นตะกอนยุคควอเทอร์นารีซึ่งเป็นตะกอนสะสมตัวที่ยังไม่แข็งเป็นหิน ส่วนใหญ่ประกอบด้วยตะกอน กรวด ทราย ทรายแป้ง ดินเหนียว ชั้นศิลาแลงและเศษหิน ที่ผุพังจากหินเดิม เนื่องจากขบวนการกัดกร่อนทำลายและพัดพาทางธรณีวิทยาโดยอิทธิพลของ กระแสน้ำและกระแสลม แล้วเกิดการสะสมตัวบนตะพักลุ่มน้ำ บริเวณที่ราบน้ำท่วม ชายฝั่งทะเลและในทะเลสาบ

.........หินอัคนี ในประเทศไทยเท่าที่สำรวจพบมีหลายชนิดและหลายช่วงอายุตั้งแต่มหายุคพาลีโอโซอิกถึงมหายุคซีโนโซอิก แบ่งออกได้เป็นสามแนว ได้แก่ แนวตะวันออก แนวตอนกลางและแนวตะวันตก ส่วนใหญ่เป็นพวกหินแกรนิต และหินภูเขาไฟ โดยมีหินเมฟิกและอัลตราเมฟิกรวมอยู่ด้วย โผล่ให้เห็นเป็นบริเวณแคบๆ ตามแนวตะเข็บรอยต่อธรณี (suture)ในเขตจังหวัดน่าน จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนราธิวาส


คลิกดูภาพใหญ่
รูปที่ 3 แผนที่แสดงชนิดหินของประเทศไทย ฉบับประชาชน ย่อจากมาตราส่วน 1: 2,500,000

อ้างอิง :ธรณีวิทยาประเทศไทย


แก้ไขล่าสุดโดย svt เมื่อ Sat Dec 22, 2007 1:24 pm, ทั้งหมด 3 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Sat Sep 08, 2007 12:54 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว

แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวหรือบริเวณตำแหน่งศูนย์กลางแผ่นดินไหวส่วนใหญ่จะอยู่ตรงบริเวณ

........-แนวแผ่นดินไหวของโลก ตรงบริเวณขอบของแผ่นเปลือกโลก ในกรณีของประเทศไทยแนวแผ่นดินไหวโลกที่ใกล้ๆ ได้แก่ แนวในมหาสมุทรอินเดีย สุมาตรา และ ประเทศเมียนมาร์
........- แนวรอยเลื่อนต่างๆ ในกรณีประเทศไทยได้แก่ แนวรอยเลื่อนในประเทศเพื่อนบ้าน พม่า จีนตอนใต้ สาธารณรัฐประชาชนลาว และเวียตนาม แนวรอยเลื่อนภายในประเทศซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคตะวันตก แสดงดังรูป ทำให้บริเวณนี้มีความเสี่ยงภัยแผ่นดินไหวมากกว่าบริเวณภาคอื่นๆ ที่น่าสังเกตคือแนวรอยเลื่อนบางแห่งเท่านั้นมีความสัมพันธ์กับเกิดแผ่นดินไหว เช่น รอยเลื่อนแพร่ รอยเลื่อน แม่ทา รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ รอยเลื่อนระนอง เป็นต้น ซึ่งในทางทฤษฎีถือว่าเป็นรอยเลื่อนที่มีพลังและเป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวได้ในหลายขนาด ขึ้นอยู่กับความยาวของการเคลื่อนตัว

........-บริเวณที่มนุษย์มีกิจกรรมกระตุ้นให้เกิดแผ่นดินไหว เช่น เหมือง เขื่อน บ่อน้ำมัน บริเวณที่มีการฉีดของเหลวลงใต้พื้นดิน บริเวณที่มีการเก็บกากรังสี เป็นต้น

........ปัจจุบันความรู้ความเข้าใจในเรื่องของลักษณะรอยเลื่อนเพิ่มขึ้น รอยเลื่อนสามารถแบ่งออกตามลักษณะการเคลื่อนตัวในทิศทางต่างๆ ดังแสดงในรูปที่ 8 เนื่องจากรอยเลื่อนในประเทศไทยมีด้วยกันหลายแนว แต่รอยเลื่อนทุกแนวนั้นมิใช่เป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว มีเพียงบางแนวที่ยังเคลื่อนตัวได้ ถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหว ขนาดของแผ่นดินไหวที่เกิดจากรอยเลื่อนจะมากหรือน้อยขึ้นกับความยาวของแนวรอยเลื่อน และระยะทางที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนตัว หรือระยะขจัด (Displacement) หากเคลื่อนตัวได้มากก็จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ เช่น แผ่นดินไหวขนาด 7 ริคเตอร์ อาจมี ระยะขจัดประมาณใกล้เคียง 1 เมตรหรือมากกว่า


แสดงรอยเลื่อนภายในประเทศไทย

รอยเลื่อนชนิดต่างๆ


บริเวณที่เกิดกิจกรรมแผ่นดินไหวประเทศไทย


แหล่งข้อมูลเสริมที่เกี่ยวเนื่อง : http://www.dmr.go.th/ [กรมทรัพยากรธรณี]
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Fri Dec 21, 2007 11:47 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ


.......ระบบธรณีวิทยา การเคลื่อนไหวของผิวเปลือกโลก ที่ลึกลงไปประมาณ 35 กม. ที่เป็นแผ่นหินที่เชื่อมต่อถึงกัน และรอยต่อรอยแยกของplate กิจกรรมแผ่นดินไหว ลาวาใต้พิภพ มีความสัมพันธ์กับสนามแม่เหล็กโลก จึงนำบทความวิทยาศาสตร์เก่าที่น่าสนใจนำมาลงเสริมความรู้ไว้ครับ


.......เมื่อวานพอดีผมได้ดูรายการ Discovery Channel เป็นช่วงสารคดีที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ ที่เกี่ยวกับสนามแม่เหล็กโลก และผลกระทบต่อชั้นบรรากาศของโลก ดูแล้วช่วงแรกได้อารมณ์เหมือนหนัง The Core เลยที่แกนโลกซื้อเป็นเหล็กหลอมเหลวหยุดหมุน ทำให้สนามแม่เหล็กโลกค่อยๆหายไป แต่ในสารคดีไม่ได้บอกว่าเหล็กหลอมเหลวในแกนโลก หยุดหมุน เพียงแต่นักวิทยาศาสตร์พบว่า สนามแม่เหล็กโลกในปัจจุบันอ่อนตัวลงมาก
.......ซึ่งเมื่อสนามแม่เหล็กโลกหมดไป โลกก็จะค่อยๆมีสภาพไปเหมือนดาวอังคารในปัจจุบัน
เนื่องจากสนามแม่เหล็กโลกเป็นเกราะที่ป้องกันโลกจากพายุรังสีต่างๆจากอวกาศ โดย
เฉพาะจากดวงอาทิตย์ เมื่อไม่มีสนามแม่เหล็กโลก ชั้นบรรยากาศของโลกก็จะถูกพายุ
จากอวกาศพัดพาออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุดทั้งน้ำและอากาศก็จะหมดไป

.......แต่ก่อนถึงตอนนั้นมนุษย์และสัตว์คงตายไปหมดก่อนเพราะโดนรังสีจากอวกาศ ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงแต่สิ่งมีชีวิต ต่อมาในสารคดีได้กล่าวถึงการค้นคว้าว่าทำสนามแม่เหล็ก
โลกจึงลดลงอย่างรวดเร็ว นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการสำตรวจและเก็บตัวอย่างจากหิน
แม็กม่าที่แข็งตัวในช่วงระยะเวลาต่างๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงบัจจุบัน เหตุที่ต้องตรวจสอบจาก
หินแม็กม่าเนื่องจาก หินแม็กม่านั้นมีแร่เหล็กลหอมเหลวจากไต้เปลือกโลก ซื้งเมื่อมัน
ประทุออกมาและเย็นตัว มันจะเก็บรักษาสภาพความเป็นแม่เหล็กไว้เหมือนเดิม ทำให้นัก
วิทยาศาสตร์สามารถตรวสอบความเข้มและทิศทางของสนามแม่เหล็กในช่วงเวลาต่างๆ
ได้ ซึ่งผลการตรวจสอบทำให้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ดลกเราเคยมีการกลับขั้วของ
สนามแม่เหล็กมาหลายครั้งแล้ว !!!

.......นอกเหนือจากหลักฐานดังกล่าว ก็มีนักวิทยาศาสตร์ท่านนึงได้ทำการใช้เครื่อง
Super-computer ทำการ simulate สนามแม่เหล็กโลก ซึ่งผลที่ออกมาก็คือสนามแม่เหล็ก
โลกจะกลับขั้วเองได้ ในช่วงระยะเวลา (เท่าไหร่จำไม่ได้)

.......แต่ทั้งหมดนั่นก็หลักฐานที่อธิบายให้เห็นว่าปัจจุบันสนามแม่เหล็กโลกที่ลดลงอย่างรวดเร็ว
นั้นเนื่องมาจากกระบวนการกลับขัวของสนามแม่เหล็กโลกนั่นเอง


.......จากรูปด้านขวามือจะเป็นรูปสนามแม่เหล็กโลกปัจจุบัน ซึ่งกำลังกลับขั้ว จะเห็นว่ามีขั้วเหนือไต้ใหม่ๆเกิดขึ้นมา ตามบริวณต่างๆของโลก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสนามแม่เหล็กโลกจึงอ่อนลง ผลกระทบก็คือ ณ บริเวณ ขั้วที่เกิดขึ้นมาบริเวณนั้นจะเป็นบริเวณที่ได้รับรังสีจากอวกาศ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต อาจเกิดโรคต่างๆ ที่มีสาเหตุมาจากการรับรังสีนอกโลก โดยเฉพาะโรคมะเร็ง!! ช่วงระยะเวลาการกลับขั้ว
ถ้าสนใจข้อมูลเพิ่มเติมลอง search google ดูนะครับ

Reference : http://www.psc.edu/science/glatzmaier.html


แก้ไขล่าสุดโดย svt เมื่อ Fri Dec 21, 2007 12:04 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Fri Dec 21, 2007 12:03 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

สนามแม่เหล็กโลกใกล้วิปริต?
7 กุมภาพันธ์ 2547 รายงานโดย: วิมุติ วสะหลาย (wimut@hotmail.com)

.........เป็นที่ทราบกันมาเป็นเวลานานว่า ขั้วเหนือของแกนหมุนของโลกกับขั้วเหนือของสนามแม่เหล็กโลกไม่ได้อยู่ที่เดียวกัน ขั้วเหนือของแกนหมุนอยู่ที่ละติจูด 90 องศา บนแผ่นน้ำแข็งของมหาสมุทรอาร์กติก ส่วนขั้วเหนือแม่เหล็กโลกอยู่ในเขตของประเทศแคนาดา เจมส์ รอสส์ สำรวจตำแหน่งของขั้วเหนือแม่เหล็กโลกเป็นครั้งแรกในปี 1831 ในการสำรวจครั้งต่อมาในปี 1904 โดย โรอาลด์ อามุนด์เซน พบว่าตำแหน่งของขั้วเหนือเปลี่ยนไปจากเดิมราว 50 กิโลเมตร จึงได้ทราบว่าขั้วแม่เหล็กโลกมีการเปลี่ยนตำแหน่งด้วย


การเปลี่ยนตำแหน่งของขั้วเหนือแม่เหล็กโลกบริเวณเขตขั้วโลกเหนือในแคนาดาตั้งแต่ปี 2374 ถึงปี 2544

.........ในช่วงศตวรรษที่ 20 ที่ผ่านมาตำแหน่งขั้วเหนือก็ยังคงเคลื่อนที่เรื่อย ๆ ด้วยอัตรา 10 กิโลเมตรต่อปี แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้เคลื่อนที่เร็วถึง 40 กิโลเมตรต่อปี หากอัตราเคลื่อนที่ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ขั้วเหนือจะหลุดพ้นออกจากทวีปอเมริกาเหนือและไปอยู่ที่ไซบีเรียภายในอีกไม่กี่สิบปีเท่านั้น

.........แลร์รี นูวิตต์จากคณะสำรวจทางธรณีวิทยาของแคนาดา กล่าวว่า เดิมตนมีหน้าที่ไปสำรวจวัดตำแหน่งของขั้วเหนือหลายๆ ปีต่อครั้ง แต่ในช่วงหลังจะต้องไปบ่อยขึ้นเนื่องจากขั้วแม่เหล็กโลกเคลื่อนที่เร็วมาก

.........ไม่เพียงแต่ตำแหน่งของขั้วเปลี่ยนไปเท่านั้น ความเข้มของสนามแม่เหล็กโลกยังลดลงประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมาอีกด้วย

.........หลังจากที่ข้อมูลนี้เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนในที่ประชุมสหภาพธรณีฟิสิกส์อเมริกันเมื่อเร็ว ๆ นี้ เรื่องถึงกับเป็นข่าวพาดหัวใหญ่ทันทีว่า "สนามแม่เหล็กโลกกำลังหมดหรือ?"

.........แกรี แกลตซ์มายเยอร์ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียได้ออกมายับยั้งกระแสว่า คงไม่ถึงขนาดนั้น เพราะการเปลี่ยนแปลงนี้ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับในอดีต

.........ในอดีตสนามแม่เหล็กโลกเคยมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่กว่านี้มาก ถึงขนาดสนามแม่เหล็กสลับขั้วก็เคยเกิดมาแล้ว ขั้วเหนือกลายเป็นขั้วใต้ ขั้วใต้กลายเป็นขั้วเหนือ หลักฐานของการเปลี่ยนแปลงนี้ปรากฏชัดในหินโบราณ การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เพียงครั้งเดียว แต่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าและคาดการณ์ไม่ได้ ปรกติการสลับขั้วแม่เหล็กเกิดขึ้นทุก 300,000 ปีโดยเฉลี่ย ครั้งล่าสุดที่เกิดขึ้นคือเมื่อ 780,000 ปีที่แล้ว

หรือว่าการเร่งความเร็วของขั้วแม่เหล็กโลกในช่วงหลังนี้จะเป็นสัญญาณว่าถึงเวลาที่สนามแม่เหล็กโลกจะสลับขั้วอีกครั้งแล้ว?


แถบแม่เหล็กรอบสันเขากลางมหาสมุทรเป็นแถบบันทึกการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กโลกตลอดเวลาหลายล้านปีที่ผ่านมา

จากการศึกษาบันทึกแม่แหล็กในแผ่นหินพบว่า ความเข้มสนามแม่เหล็กโลกมีการเพิ่มขึ้นและลดลงอยู่ตลอดเวลา และความจริงแล้วสนามแม่เหล็กโลกในขณะนี้มีความเข้มมากกว่าความหนาแน่นเฉลี่ยในช่วงหนึ่งล้านปีที่ผ่านมาถึงสองเท่า


ผังแสดงโครงสร้างภายในของโลก แกนโลกชั้นนอกคือส่วนที่ทำให้เกิดสนามแม่เหล็กโลก

.........ใจกลางโลกมีแกนชั้นในเป็นเหล็กแข็งที่มีอุณหภูมิสูงใกล้เคียงกับพื้นผิวดวงอาทิตย์ ห่อหุ้มด้วยแกนชั้นนอกที่เป็นเหล็กหลอมเหลว แกนชั้นในหมุนรอบตัวเองเช่นเดียวกับผิวโลกแต่เร็วกว่าภายใต้แกนชั้นนอกที่ปั่นป่วน การเคลื่อนที่ของเหล็กหลอมเหลวที่แกนโลกชั้นนอกทำให้เกิดการเหนี่ยวนำไฟฟ้าขึ้น สนามแม่เหล็กจึงเกิดขึ้น ปรากฏการณ์นี้เรียกว่าปรากฏการณ์ไดนาโม

.........แกลตซ์มายเยอร์ และ พอล รอเบิตส์ ได้สร้างแบบจำลองของโครงสร้างภายในโลกด้วยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยให้ความร้อนกับแกนชั้นในและแกนชั้นนอกปั่นป่วนเช่นเดียวกับของจริง หลังจากให้โปรแกรมวิ่งผ่านไปโดยจำลองให้เวลาผ่านไปเป็นเวลานับแสนปี พบว่าสนามแม่เหล็กของโลกจำลองนี้มีการเพิ่มและลดลง ขั้วแม่เหล็กมีการเคลื่อนที่ และบางครั้งก็มีการสลับขั้ว ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดกับโลกจริง


แบบจำลองสนามแม่เหล็กโลกบนซูเปอร์คอมพิวเตอร์ ทางซ้ายคือโลกในภาวะปรกติ ทางขวาคือโลกในช่วงที่เกิดการสลับขั้วแม่เหล็ก

.........นอกจากนี้ยังพบว่าช่วงที่สนามแม่เหล็กสลับขั้วใช้เวลานานหลายพันปีจึงจะเสร็จสิ้น และสิ่งที่เหนือความคาดการณ์ของคนทั่วไปก็คือ ช่วงนี้สนามแม่เหล็กไม่ได้หายไป แต่มีความปั่นป่วนซับซ้อนมากขึ้น เส้นแรงแม่เหล็กบริเวณพื้นผิวโลกมีการบิดเบี้ยวและขมวดปม ขั้วแม่เหล็กเกิดขึ้นใหม่ได้ทุกที่ ขั้วใต้อาจเกิดขึ้นที่แอฟริกา หรือขั้วเหนืออาจผุดขึ้นที่ตาฮีตี แต่ไม่ว่าจะเกิดขึ้นที่ใด สนามแม่เหล็กก็ยังคงมีเหมือนเดิม และยังคงปกป้องโลกจากรังสีอันตรายจากดวงอาทิตย์

ที่มา:
* Earth's Inconstant Magnetic Field - Science@NASA
http://science.nasa.gov/headlines/y2003/29dec_magneticfield.htm

ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Sat Dec 22, 2007 1:51 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

การประเมินล่วงหน้าการเกิดแผ่นดินไหว

ปัจจัยการเกิดแผ่นดินไหว การเลื่อนไหลของplate เปลือกโลก ,สนามแม่เหล็กของโลกขาดความสมดุลย์ ,พลังดึงดูงดวงดาว โลก พระจันทร์ ดวงอาทิตย์ เหล่านี้ดังกล่าวเป็นปัจจัย โดยธรรมชาติ ,การทดลองปรมณูนิวเคลียร์ใต้พื้นโลก การระเบิดเหมือง ส่วนนี้โดยมนุษย์

การเกิดจากการเคลื่อนไหวของแผ่นplate เปลือกโลกที่ลึงลงไปที่เป็นแผ่นหินที่ติดกัน 6-7 plate
เมื่อมีการชน การเกยกัน หรือการมุดตัวกันระหว่างแผ่นเปลือกโลก พลังงานที่เกิดขึ้นก็ทำให้เกิดแผ่นดินไหว ณ จุดนั้น
และเนื่องจากแผ่นหินใต้เปลือกโลกที่ลึกลงไปจากพื้นดิน 35 กม. อยู่ชิดติดกัน จึงพลังงานจึงสั่นสะเทือนถึงกัน คล้ายกับการสบัดเสื่อที่เราใช้ปูนั่งสวนสาธารณะ
จึงเกิดระลอกคลื่นของพลังงานไปยังจุดต่างๆ ซึ่ง บางจุดมีพลังงานสะสมอยู่แล้ว ณ รอยแยกต่างๆนั้น
จึงเกิดแผ่นดินไหวในลักษณะเรียงกันเป็นจุดต่อเนื่องกัน อาจห่างกันเป็นชั่วโมง หรืออาจเป็นเป็นวัน ก็ได้

จุดเกิดแผ่นดินไหว หรือรอยแยก ปริของพลังงาน เรียกกันสั้นๆในวงการธรณีวิทยาว่า "Ring Of Fire"
การเกิดแผ่นดินไหวที่ต่อเนื่องกันกรณีดังกล่าว มักมีลำดับ(sequence) เช่น แคลิฟอเนีย ชิลี ญี่ปุ่น ใต้หวัน แปซิฟิกใต้ อินโดนิเซีย หมู่เกาะนิโคบาร์ ...เป็นต้น บางครั้งก,มีมา แถวพม่า เชียงใหม่(หางดง,แม่ริม) ปากีสถาน อิหร่าน หรือจุดต่างๆที่มีกำลัง

แผ่นดินไหวเกิด เกิดได้ 2 จุดคือ บนแผ่นดิน ,ในมหาสมุทร(บางครั้งมีสึนามิ) วัดค่าความรุนแรงเป็นจำนวนหน่วย "ริกเตอร์"

ring of fire "วงแหวนแห่งไฟ" บริเวณขอบแผ่นเปลือกโลกที่ต่อเชื่อมกันที่มักเกิดกิจกรรมแผ่นดินไหว

ดังกล่าวเป็นการประเมินความเป็นไปได้ของพลังงานที่ต่อเนื่องกันตามธรรมชาติ
ด้วยหลักวิทยาศาสตร์
และเชิงจิต
ผู้ปฏิบัติสมาธิบางครั้งนำจิตไว้ที่ในกายครอบคลุมทุกส่วน รับรู้ความสั่นสะเทือนภายใน
ภายนอกด้วยจิตใจที่เป็นกลาง ร่างกายคือโลก โลกคือตา หู จมูก ลิ้น กาย จักรวาลทั้งปวงรวมอยู่ในจิต
บางครั้งท่านก็สามารถรับถึงความสั่นสะเทือนล่วงหน้าได้เช่นเดียวกัน
เพราะสิ่งดังกล่าวที่เกิดขึ้นในโลก มีคลื่นพลังที่ละเอียดแทรกดินและอากาศมาก่อน
แรงสั่นสะเทือนชนิดหยาบของแผ่นดิน ตามมาทีหลัง
ทางเชิงจิตผู้อ่านพึงใช้วิจารณญาณ อย่าเพิ่งปลงใจก่อนตัวท่านเองได้พิสูจน์ทราบได้ด้วยตนเองครับ

ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Wed Jan 09, 2008 12:48 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

กรมอุตุนิยมวิทยา - รายงานแผ่นดินไหว ในรอบ 1 สัปดาห์
http://www.tmd.go.th/earthquake_report.php
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Tue Aug 26, 2008 11:55 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

แนะนำเวป IRIS Seismic Monitor ที่สามารถดูข้อมูลแผ่นดินไหวจุดต่างๆในโลก

http://www.iris.edu/seismon/ << Link


_________________
Golden Path
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    ธรรมศาลา -> วิทยาศาสตร์ทางจิต ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


dhammachak © 2007, Thank phpBB Group