ธรรมศาลา ธรรมศาลา
ชุมชนกัลยณมิตรธรรม
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

2012 ไม่มีวันสิ้นโลก

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    ธรรมศาลา -> เรื่องลึกลับ
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Mon Dec 14, 2009 12:59 pm    เรื่อง: 2012 ไม่มีวันสิ้นโลก ตอบโดยอ้างข้อความ

The World Won't End in 2012
บทความของ อ.ปีเตอร์ สุดธนกิจ




........คงจำได้ว่าหลายปีก่อน กรณี Y2K ทำให้คนทั้งโลกกังวล แต่ท้ายที่สุด ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย เหตุเพราะเป็นเพียงการวิเคราะห์จากแบบแผนจำลองสถานการณ์ ซึ่งอาจมีความเป็นไปได้เท่านั้น

........วันนี้การกล่าวถึง 2012 วันสิ้นโลก จากการสร้างของภาพยนต์ด้วยเทคนิคพิเศษ(Special effects) นับว่าเป็นสิ่งที่ดี สร้างความสนุกสนาน ทำให้ผู้คนทั่วไปเกิดความสนใจ ด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศ

........มีความเหมือนกันระหว่าง กรณี Y2K และ 2012 วันสิ้นโลก ต้องมีการวิเคราะห์ การคำนวณศึกษาจุดจบของโลก อย่างละเอียดละออ บางอย่างทางวิชาการ อาจขัดกับความเชื่อ ตามสามัญสำนึกของผู้คนทั่วไป

........การมีหลักและกฎเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์ ให้สนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ทำให้กระจ่างต่อปัญหาความลึกลับ กรณี 2012 วันสิ้นโลกได้

คำอธิบายต่อข้อสงสัย 2012 วันสิ้นโลก ในแง่มุมต่างๆใช้ฐานข้อมูลจาก:
-The National Aeronautics and Space Administration (NASA)
-GFDL's (Geophysical Fluid Dynamics Laboratory)
-NOAA (The National Oceanicand Atmospheric Administration)

และได้เรียบเรียงใหม่เพิ่มเติม เพื่อความเข้าใจ สำหรับผู้สนใจชาวไทย ในทุกระดับความรู้

........อย่างไรก็ตาม คำอธิบายนี้จัดทำเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา มีเจตนาให้ผู้สงสัย ได้รับความกระจ่างขึ้น โดยมิได้คัดค้านแนวคิด หรือความเชื่อใดๆ ที่ทุกคนมีสิทธิพึงแสดงความเห็นได้ ตามหลักการที่ถูกต้อง

อ.ปีเตอร์ สุดธนกิจ


_________________
Golden Path


แก้ไขล่าสุดโดย svt เมื่อ Mon Dec 14, 2009 1:26 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Mon Dec 14, 2009 1:02 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

วันสิ้นโลกมีจริงหรือ แล้วจะเกิดขึ้นเมื่อใด ?

........วันสิ้นโลก มีจริงหรือไม่ ข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ต้องเกิดแน่นอน จากกรณีผลกระทบการขยายตัวของดวงอาทิตย์ (Red Giant effect) อีกในราว 4.5 - 5 พันล้านปีข้างหน้า 100% และวันนั้นคือวันสิ้นโลกที่แท้จริง โดยไม่มีทางแก้ไขได้

........แม้ว่ามีเวลาอีกนานแสนนาน ผลกระทบต่อโลกนั้นยังมีเรื่องที่หลีกเหลี่ยงไม่ได้ อย่างมากมายสามารถสร้างความหายนะ เป็นจุดจบมนุษย์อันเกิดผลกระทบจากธรรมชาติ เช่น กรณีผลกระทบจากปฎิกิริยาเรือนกระจก (Greenhouse effect),กรณีผลกระทบจากพายุสุริยะ (Solar wind effect), กรณีผลกระทบจากการที่ระเบิดของภูเขาไฟ (Volcanic Activity), กรณีผลกระทบการชนปะทะของวัตถุใกล้โลก (Near Earth impact) เป็นต้น
........ซึ่งแต่ละเดือนได้มีรายงานถึงภัยพิบัติอันตรายของธรรมชาติกระทำต่อโลก โดยการสำรวจจากอวกาศ ให้ทราบล่วงหน้าอยู่บ่อยครั้ง

........โดยขอบเขตการเกิดขึ้นแต่ละกรณีนั้น มีเงื่อนไขทางธรรมชาติ มีความรุนแรงที่แตกต่างกันไป อาจสร้างความหายนะเฉพาะบางส่วนของโลก หรืออยู่ในขั้นใดก็สามารถอธิบายเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ได้เสมอ

........แต่วันนี้ เรื่่องวันสิ้นโลก ได้รับการบอกเล่าไปในทิศทางต่างๆ อย่างขาดเหตุผลและความเข้าใจที่ครบถ้วน และบางครั้งอ้างหลักการทางวิทยาศาสตร์ ที่มีความกำกวม ผิดหลักเกณฑ์ และเลื่อนลอย ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันไป โดยเฉพาะการเล่นตลกบนอินเตอร์เน็ต กระทบต่อความเข้าใจของผู้คนทั่วไป
........มีความกังวลเกิดเป็นคำถามตามมามากมาย ว่า ค.ศ.2012 เป็นวันสิ้นโลกจริงหรือ ?

ข้อสงสัย
ทำไมต้องเกิดเรื่องน่ากลัวกับโลก โดยระบุ ค.ศ.2012 เป็นวันสิ้นโลก ?

คำอธิบาย
........ไม่ควรจะมีอะไรเลวร้ายเกิดขึ้นกับโลก ในปี ค.ศ.2012 หากพิจารณาด้วยเหตุผลว่าโลกผ่านวิกฤตมาอย่างมากมาย แต่ครั้นบรมยุคกำเนิดโลก (กัลป์สมัยมหายุคขุมนรกแตก) ตลอดระยะเวลา 4.6 พันล้านปี จนปัจจุบัน และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกมิได้สนับสนุนความเชื่อกรณี ค.ศ.2012 เป็นวันสิ้นโลก

ภาพฝนตกกระหน่ำบนโลกยุคแรกกำเนิดอย่างต่อเนื่อง 1,000,000 ปี

_________________
Golden Path


แก้ไขล่าสุดโดย svt เมื่อ Mon Dec 14, 2009 1:20 pm, ทั้งหมด 2 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Mon Dec 14, 2009 1:09 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ข้อสงสัย
อะไรเป็นต้นเหตุถึงคำนาย เรื่องวันสิ้นโลก และทำไมต้องเป็นวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 ?

คำอธิบาย
......เรื่องราวเกิดขึ้นจาก การอ้างถึงการสำรวจพบดาว Nibiru โดยกลุ่มชนชาวสุเมเรียน(Sumerians) ที่กลับมายังโลก และมีการทำนายความหายนะ จะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ค.ศ.2003

......แต่เมื่อถึงเวลานั้นกลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นตลอดเดือน จึงเลื่อนวันเกิดเหตุการณ์ไปในเดือน ธันวาคม ค.ศ.2012 และเปรียบว่า เป็นวันที่พระผู้เป็นเจ้าพิพากษามนุษย์ทั่วโลก (Doomsday date)

......เป็นการเชื่อมโยงนิทานชาดกโบราณ กับเรื่องปฎิทินชาวมายาโบราณ (AncientMayan calendar) ให้ตรงกับ Winter solstice ประมาณวันที่ 21 ธันวาคมของทุกๆปี อันเป็นวันแรกของเหมันตฤดูหรือฤดูหนาว และดวงอาทิตยมีตำแหน่งห่างจากเส้นศูนย์สูตรโลกที่สุด

......การนำวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 มากำหนดให้มีความน่าสนใจ จุดประสงค์ให้คนทั่วไปได้ขบคิด เพื่อเพิ่มน้ำหนักเหตุผลของวันสิ้นโลก

ภาพวิหารของชาวสุเมเรียน Guto-Sumerian Ziggurat


.................................

ข้อสงสัย
เหตุใดปฎิทินชาวมายาโบราณ จึงสิ้นสุดเพียง เดือนธันวาคม ค.ศ. 2012 ?

คำอธิบาย
......ปฎิทินทั่วไปที่ใช้กันอยู่ ไม่ว่าบนโต๊ะทำงาน ในครัวที่แขวนผนัง แผ่นสุดท้ายคือเดือนธันวาคม และวันสุดท้ายของเดือนคือ วันที่ 31 แต่ละปีไม่มากกว่านั้น

......สำหรับปฎิทินชาวมายาโบราณ วันสุดท้ายในยุคนั้นคือ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012(เป็นการคำนวณระยะยาว จากยุคนั้นมาสิ้นสุดเพียงนี้) เช่นเราก็สามารถคำนวณปฎิทินเริ่มจาก วันที่ 1 มกราคม และจะไปสิ้นสุดในปีใดก็ได้

การแสดงถึงวันสิ้นสุดของปฎิทินชาวมายา เป็นการบอกถึงวันสิ้นโลก กระนั้นหรือ ?

ภาพปฎิทินชาวมายาโบราณ


....................................

ข้อสงสัย
จะมีปรากฎการณ์อะไรขึ้น หากดาวเคราะห์มีตำแหน่ง มาอยู่เป็นแนวเส้นตรงและมีทางจะชนโลกหรือไม่ ?

คำอธิบาย
......ยังไม่มีระบบดาวเคราะห์ (Planetary) ใดๆในระบบสุริยะ ที่จะมีตำแหน่งในแนวตรงพร้อมๆกันทั้งหมด หรือหลายๆดวง ระหว่างช่วงเวลา 2-3 ทศวรรษนี้ และโลกก็ไม่ผ่านแม้แต่ แนวระนาบของทางช้างเผือก (Plane of milky way galaxy)ในปี ค.ศ. 2012

......หากสมมุติว่า มีกรณีเกิดแนวโคจรตำแหน่งเป็นแนวเส้นตรงเกิดขึ้น มีผลกระทบเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามในเดือนธันวาคมทุกปี โลกและดวงอาทิตย์มีตำแหน่งเป็นแนวเส้นตรงโดยคร่าวๆ จากจุดศูนย์กลาง Milky Way Galaxy เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นเป็นประจำที่ผ่านมาไม่มี ผลร้ายใดๆ

......และจะไม่เกิดการพุ่งชนกันระหว่าง ดาวเคราะห์อย่างแน่นอน เหตุผลเพราะว่าในระบบสุริยะ รวมถึงระบบกาแล็กซี่ มีสนามแรงโน้มถ่วงยึดเหนี่ยวกันอย่างมั่นคงซึ่งกันและกัน โดยมีความเสถียร แม้บางครั้งมีความผิดปกติบ้าง จากพายุสุริยะ(Solar wind) หรือใน Interplanetary Medium (ช่องว่างระหว่างดาวเคราะห์)ก็ไม่ส่งผลให้ดาวเคราะห์ เปลี่ยนเส้นทางโคจรจนปะทะกัน

ภาพแนวเส้นทางโคจร ดาวเคราะห์ ของระบบสุริยะ วันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ.2012 มิได้เป็นแนวตรงกัน


..........................................

ข้อสงสัย
......ดาวเคราะห์ (Planet) หรือ ดาวแคระสีน้ำตาล (Brown dwarf) ที่เรียกในหลายชื่อว่า Nibiru หรือ Planet X หรือ Eris จะผ่านเข้าใกล้โลกและทำความหายนะกับโลกแบบ ถล่มทะลายได้หรือไม่ ?

คำอธิบาย
......สำหรับชื่อ Nibiru เป็นชื่อดาวเคราะห์ ที่คิดขึ้นเพื่อ เล่นตลกบนอินเตอร์เนต ไม่มีข้อเท็จจริงอ้างอิงทางวิชาการ

......ส่วน Planet X เป็นชื่อตั้งไว้ล่วงหน้า เป็นความพยายามค้นหาดาวเคราะห์ลึกลับนี้แต่ปัจจุบันยืนยันว่าไม่พบ

......ถ้า Nibiru หรือ Planet X บ่ายหน้ามุ่งมายังโลก ในปี ค.ศ.2012 นักดาราศาสตร์มีเครื่องมือที่จะตรวจสอบระยะ เส้นทางผ่านเข้ามาได้ล่วงหน้านับทศวรรษ และแน่นอนหากเป็นจริง ระยะที่ใกล้โลกขณะนี้ คนทั้งโลกสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่ที่ไม่เห็นเพราะยังไม่ได้เกิดขึ้น

......สำหรับ Eris นั้นมีตัวตนจริง เป็นประเภทดาวเคราะห์แคระ (Dwarf planet) มีขนาดเล็กคล้ายดาวพูลโต (Pluto) จัดว่าเป็นดาวที่รอนแรมอยู่บริเวณ ชายแดนขอบนอกระบบสุริยะ (Outer solar system) หรือ บริเวณพิภพน้ำแข็ง มีระยะทางห่างจากโลกราว 4 พันล้านไมล์ คงเป็นไปไม่ได้ ที่จะเข้าใกล้โลกและชนโลก

Nibiru หรือ Planet X เป็นชื่อดาวที่ไม่มีในสารบบ

_________________
Golden Path


แก้ไขล่าสุดโดย svt เมื่อ Mon Dec 14, 2009 1:20 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Mon Dec 14, 2009 1:13 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ข้อสงสัย
.......อะไรคือ ทฤษฎีแกนโลกพลิกกลับขั้ว (Polar shift theory) และเป็นความจริง หรือเปลือกโลก (Earth's crust) สามารถหมุนกลับแบบ 180 องศา รอบๆแกนใน(Core) ของโลกในเพียงวันเดียว หรือไม่กี่ชั่วโมง ?

คำอธิบาย
.......เป็นไปไม่ได้ ที่โลกจะหมุนกลับในทิศตรงกันข้าม แต่แผ่นทวีปจะค่อยๆเลื่อนตัวเอง (ตัวอย่างอดีตทวีป Antarctica เคยอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรเมื่อ 100 ล้านปีที่แล้ว) การอ้างถึงการหมุนกลับของขั้วจึงไม่น่าเชื่อถือ

.......อย่างไรก็ตาม มีข้อเขียนเป็นจำนวนมากกล่าว ผลักดันเหตุผลถึงความหายนะ ให้กับผู้ที่ไม่เข้าใจ โดยอ้างว่าเป็นความสัมพันธ์การหมุนของโลกกับกระแสไฟฟ้าของสนามแม่เหล็กโลก (Magnetic polarity of Earth) ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ

.......แท้จริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นราวทุกๆ 400,000-600,000 ปีและเปลี่ยนแปลงมาแล้วหลายครั้ง แบบค่อยเป็นค่อยไปอย่างช้าๆ นับระยะเวลาเป็นหมื่นหรืออาจแสนปี ซึ่งจะไม่ทำอันตรายให้ชีวิตใดๆบนโลกให้บาดเจ็บและยังไม่เกิดขึ้น ระยะ 1,000 ปีนี้ในทุกๆแห่งบนโลก

เป็นไปไม่ได้ที่โลกจะพลิกกลับขั้วสนามแม่เหล็กเช่นภาพนี้


........................................

ข้อสงสัย
โลกจะอยู่ในอันตราย จากการพุ่งชนปะทะของ อุกกาบาต (Meteorite) ในปี ค.ศ. 2012 หรือไม่ ?

คำอธิบาย
.......โดยปกติโลกจะถูกวัตถุต่างพุ่งเข้าชน เช่น ดาวหาง (Comets) ดาวเคราะห์น้อย(Asteroids) เป็นกิจวัตร แต่วัตถุที่มีขนาดใหญ่จริงๆนั้น มีโอกาสน้อย แต่ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีโอกาสเลย

.......ครั้งหลังสุดเกิดขึ้นเมื่อ 65 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ไดโนเสาสูญพันธ์ไปสิ้นจากโลกและเมื่อ 100 ปีที่แล้ว เกิดทางตอนเหนือของไซบีเรีย เรียกว่า The Tunguska event (กรณีทังกัสก้า) และเมื่อปี ค.ศ.2009 เกิดเหนือน่านฟ้าอินโดนีเซีย เรียกว่า Indonesian asteroid ซึ่งทั้งสองกรณีไม่มีผู้เสียชีวิต

.......วันนี้ ด้วยความก้าวหน้าต่อการลาดตะเวนอวกาศ เรียกว่า Spaceguard Survey(หน่วยป้องกัน-ลาดตะเวณอวกาศ) เพื่อค้นหาวัตถุใกล้โลก (Near-earth objects) โดยเฉพาะวัตถุขนาดใหญ่ เช่น ดาวเคราะห์น้อยใกล้โลก โดยมีความเป็นไปได้ กรณี ดาวเคราะห์น้อย 99942 Apophis (2004 MN4) เฉียดใกล้โลก ในวันที่ 13 เมษายน ค.ศ. 2029 (พ.ศ.2572) มีการแขวนป้ายเตือน ในระดับที่ 2 (Yellow Zone) จาก 10 ระดับ
.......โดยสามารถทราบ เส้นทางโคจรล่วงหน้า นานพอที่จะเตรียมตัวรับภัยพิบ้ติได้


.......การเฝ้าระวังวัตถุขนาดใกล้โลก เป็นภาระกิจตรวจสอบทุกวัน 24 ชั่วโมง ตลอดปีของ NASA NEO Program Office (Potentially Hazardous Asteroids)
.......ทุกคนสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ขณะนี้ทำนายได้ว่าจะไม่เกิดเหตุการณ์วัตถุจากนอกโลก ขนาดใหญ่ชนปะทะโลกในปี ค.ศ.2012

ภาพบางส่วนจากภาพยนตร์ 2012 วันสิ้นโลก

_________________
Golden Path
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Mon Dec 14, 2009 1:18 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ข้อสงสัย
จะเกิดอุทกภัยน้ำท่วมโลก ครั้งใหญ่ หายนะและร้ายแรงขนาดล้างโลก ใน ค.ศ. 2012 หรือไม่ ?

คำอธิบาย
......สถานการณ์โลกร้อน จากข้อมูล แบบจำลองสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก ทำให้เกิดสิ่งที่น่ากังวลคือ ผลกระทบต่อเนื่องไปยังแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก ซึ่งโดยปกติโลกมีปริมาณน้ำบนโลกมีถึง 70% มากกว่าผืนแผ่นดินอยู่แล้ว

......การยกตัวของระดับน้ำํทะเล จากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของน้ำทะเลร้อนขึ้น และการละลายของแผ่นน้ำแข็ง เมื่อรวมทั้งสองกรณี เข้าด้วยกัน จะมีศักยภาพใหญ่โตมาก อย่างไม่น่าเชื่อ จากการคำนวณว่าปริมาณแผ่นน้ำแข็ง Greenland และ Antarctica สามารถทำให้ การยกตัวระดับน้ำทะเลอยู่ระหว่าง 7-73 เมตร

......ดังนั้นมีความเป็นไปได้ ภายใน 50-100 ปีข้างหน้า แต่ไม่ใช่ภายใน ค.ศ. 2012 อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำของโลกจะค่อยๆสูงขึ้นในทุกๆปี บริเวณที่จะเกิดปัญหาก่อนใคร คือ เกาะขนาดเล็ก เมืองท่าบริเวณปากอ่าวแม่น้ำ และที่ลุ่มริมฝั่งรวมถึงลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาในประเทศไทย

......การเพิ่มขึ้นของน้ำ จะไม่เกิดในลักษณะน้ำท่วมจนไม่เหลือผืนแผ่นดิน แต่จะทำให้ผืนดินน้อยลง เกิดความไม่สมดุลยต่อประชากรที่เพิ่มขึ้น ต่อพื้นที่เพาะปลูกจะเกิดโรคระบาดใหม่ ขาดแคลนทรัพยากร จะเห็นปัญหาต่างๆชัดขึ้นราว ค.ศ.2050 จนทำให้แก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆ

การแตกของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก


........................................

ข้อสงสัย
หากโลกมีภัยวิกฤตมากมาย มนุษย์จะอพยพไปอยู่ดาวเคราะห์ดวงอื่นได้หรือไม่ ?

คำอธิบาย
......เดิมทีเดียว มีแนวคิดจากนักวิทยาศาสตร์ จะสร้างยานท่องอวกาศขนาดใหญ่เพื่อเดินทางค้นหา โลกใหม่ แบบไปไม่กลับโลก โดยมีอาสาสมัคร ชายหญิง 500 คู่เพื่อเดินทางไปด้วย พร้อมที่จะไปตั้งรกรานอนาคตบนดาวเคราะห์
......แต่โครงการได้ล้มเลิกไป จากหลายสาเหตุที่ยังเป็นไปไม่ได้ เช่น การอยู่ในสภาพไร้น้ำหนักเป็นเวลายาวนานโดยเฉพาะการเลี้ยงดูทารก ปัญหาเชื้อเพลิง ปัญหาการเดินทางในอวกาศระยะไกลมากๆ ฯลฯ ซึ่งมนุษย์ยังไม่เคยมีประสบการณ์ เป็นต้น

......สำหรับปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์ด้านอวกาศ มุ่งมั่นที่จะเดินทางไปยัง ดวงจันทร์ยูโรปา (ของดาวพฤหัส) เพราะเชื่อว่า อาจพบระบบของชีวิตเช่น สัตว์ในทะเลน้ำแข็งคล้ายบนโลก

......การคิดอ่านเดินทางสำรวจอวกาศ จึงต้องย้อนกลับ ไปสำรวจดวงจันทร์อีกครั้งเพื่อจะได้พัฒนาทักษะ เดินทางไปสู่ดาวอังคารต่อไป หลังจากนั้นจะใช้ความสามารถ ความรู้และประสบการณ์ ไปยังดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์ ในระบบสุริยะที่ห่างไกลขึ้นได้ โดยมีขบวนการสืบค้นโลกใหม่ อย่างเป็นขั้นตอน อย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกนับร้อยปี จึงพอมองเห็นโอกาสตั้งอาณานิคมต่างดาวได้

ที่มา The World Won't End in 2012 /อ.ปีเตอร์ สุดธนกิจ
www.sunflowercosmos.org
www.whowillsurvive2012.com
www.nasa.gov
www.gfdl.noaa.gov
www.noaa.gov

แหล่งบทความอ้างอิง http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X8552303/X8552303.html
_________________
Golden Path
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    ธรรมศาลา -> เรื่องลึกลับ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


dhammachak © 2007, Thank phpBB Group