| อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป |
| ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
svt ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Jun 2007 ตอบ: 593
|
ตอบเมื่อ: Wed Nov 25, 2009 12:58 pm เรื่อง: ผู้ชนะสิบทิศ ฉบับนัก |
|
|
นำมาลงไว้ เผื่อว่าผู้อ่านที่สนใจ อาจจะนำไปเป็นประโยชน์ประยุกต์ใช้กับการประกอบธุรกิจที่ท่านบริหารดูแลอยู่ ได้ครับ
ธรรมยุทธ พิชัยสงครามพม่าโบราณ คัดออกมาจากหนังสืออ่านเล่น ชื่อเรื่อง ผู้ชนะสิบทิศ ผู้แต่ง ยาขอบ เล่ม ๒
ตอน หน้าที่นั่งพระเจ้าลิ้นดำ
.........จอมทัพบุเรงนอง กล่าวแสดงวิทยภูมิก่อนยกกำลังพลไปตีเมืองแปร ต่อหน้าที่นั่งพระเจ้าตะเบงชะเวตี้(มังตราลิ้นดำ)เจ้าเมืองตองอู
.........ใจความ: ภูมิวิทยาประจำตัวนายทัพ แลวิสัยผู้นำพลนั้นย่อมจะต้องเจนใจในคัมภีรยุทธ ไม่ฉงนแลเพลี่ยงเมื่อกำหนดการ เป็นต้นพึงแตกฉานในบทสามัญอุบาย คือรู้ทั่วไปในกิจการสงคราม
พึงแตกฉานในนิกะอุบาย คือรู้ประกอบฤกษ์หานาทีที่จะได้แลเสียแพ้แลชนะ
รู้ทั้งราชวัตรตามคำภีรราชษาทึก รู้ทั้งคหปฏิวัตรตามคัมภีร์สิงคาโลวาท
พึงแตกฉานในเลห์อุบาย คือรู้ในเล่ห์เขาคดให้คดตาม เขาซื่อให้ซื่อตาม
แลฉลาดในการจะกล่าวโวหารปลุกใจพลตน แลตัดกำลังของข้าศึก
พึงแตกฉานโบราณเสฐา คือรู้จักภูมิประเทศว่าที่นี่เป็นมงคล หรือมิได้เป็นมงคลตามโบราณสืบมา
พึงแตกฉานในหัตถีอัศศะเสฐา คือรู้ศิลปะศาสตร์อันจะบังคับม้าบังคับช้างทั้งปวง
พึงมั่นไว้ในสุระยุทธัง คือเมื่อเข้าสู่สมรภูมิยืนอยู่ท่ามกลางสงครามแล้วให้แสดงลักษณะองอาจ มิได้หวาดไหวคร้ามกลัวปัจจามิตร พลข้างตัวจะได้เริงใจ
......... แลข้อสุดท้ายอันเป็นหัวใจของผู้ชำนาญทัพก็คือ พึงมั่นในนิสัมมาการี คือจะทำการสิ่งใดอย่าลู่ความเห็นแต่ความข้างได้ ให้ไตร่ตรองหลังหน้าด้วยปัญญาก่อน จึงกระทำลงไป
......... แต่ผู้นำจะพึงรู้แต่ข้อความอันได้กล่าวแล้วเท่านั้นมิได้ ยังจะต้องอบรมสันดานแห่งตัวเอง ให้เพียบพูนด้วยวุฒิ ๗ ประการ คือ
.........๑. กระทำอิริยาบถดั่งพระอินทร์ อันสมบูรณ์ไปด้วยเบญจกามคุณแลอิสริยยศอาจในอันจะเป็นใหญ่
......... ๒.ให้กระทำอิริยบถดั่งพระพรหม คือการจะเข้าที่สงบบำเพ็ญพระเวทอันเป็นกรณีย์จงสำรวมแปลใจให้ผ่องแผ้ว กระทำกรณีย์นั้นด้วยความสงบค้นคิดแลเห็นการไกล
......... ๓. กระทำอิริยาบถดั่งพระอาทิตย์ คือประพฤติต่อไพร่พลสม่ำเสมอกันมิได้เลือกหน้าตามผิดแลชอบ ดุจพระอาทิตย์ส่องแสงสม่ำเสมอมิได้เว้น
......... ๔. กระทำอิริยาบถดั่งพระจันทร์ คือเมตตาแก่เหล่าทหารแลราษฏรตามทางที่เดินทัพหว่านล้อมไว้ด้วยความอารี ให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขประหนึ่งคนได้รับรัศมีแสงจันทร์
.........๕. กระทำอิริยาบถดั่งพระพาย คือกล่าวคำเยินยอทแกล้วทหารแต่ในกาลอันสมควร เหมือนพระพายที่ได้พัดเพียงฤดูหนึ่งๆ ไม่พร่ำเพรื่อไป
......... ๖. พึงกระทำอิริยาบถดั่งพระยม คือแสดงโทษให้พิลึกสะพรึงกลัว ดุจพระยมเหลือบเดชานุภาพแก่ผู้ละเมิดกฎอัยการศึก โดยพระเนตรดูผู้กระทำผิดให้พินาศไป
.........๗. กระทำอิริยาบถดั่งพระมหาสมุทร คือการจะลงอาญาแก่ผู้ละเมิดกฎอัยการศึกนั้น ให้กระทำด้วยอุเบกขาหาความพยาบาทมิได้ ดุจดั่งพระมหาสมุทรมิได้ยินดีต่อกลิ่นหอม มิได้ยินร้ายต่อกลิ่นอันลามกเหม็น
ลักษณะเฉพาะแห่งผู้นำเป็นดั่งนี้
เกร็ดข้อมูล:
ผู้ชนะสิบทิศ เป็นฝีมือการแต่งของยาขอบ พิมพ์ครั้งแรก ธ.ค. 2475
.........เนื้อหาอิงพงศาวดารพม่า อยู่ในช่วงเวลาของยุคที่มีเมืองชั้นเอกแยกกันปกครองกันเอง ในเขตลุ่มน้ำอิระวดี มีเมืองตองอู เมืองแปร เมืองหงสาวดี และเมืองอังวะ
.........ตัวละครที่โดดเด่นในประวัติศาสตร์ พงศาวดารยุคนั้น ดังที่คนไทยเคยได้ยินชื่อเสียงกันก็จะมี พระเจ้าตะเบงชะเวตี้ หรือพระเจ้ามังตราที่มีลิ้นดำ ครองเมืองตองอู และมีแม่ทัพที่เก่งกาจ ชื่อ จะเด็ด หรือบุเรงนองกะยอดินนรธา(บุเรงนอง) ทั้งสองมีอุดมการณ์ต้องการที่จะแผ่ขยายอิทธิพลรวบรวมแผ่นดินแคว้นพุกามในลุ่มน้ำอิระวดีให้เป็นหนึ่งเดียว _________________ Golden Path |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
svt ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Jun 2007 ตอบ: 593
|
ตอบเมื่อ: Wed Nov 25, 2009 1:05 pm เรื่อง: |
|
|
พระเจ้าบุเรงนอง
........พระเจ้าบุเรงนอง (Bayinnaung) กษัตริย์พม่าพระองค์ที่ 3 ในราชวงศ์ตองอู อาจเรียกได้ว่า เป็นกษัตริย์พม่าองค์ที่คนไทยหรือชาวต่างชาติ รู้จักดีที่สุดก็ว่าได้ เนื่องด้วยเกียรติประวัติอันเลื่องลือ จนมีฉายาว่า "พระเจ้าชนะสิบทิศ" อีกทั้งยังมีวรรณคดีประเภท นิยายปลอมพงศาวดารชื่อดังที่มีพระองค์เป็นตัวเอกของเรื่อง คือ "ผู้ชนะสิบทิศ" ด้วย ซึ่งได้มีการนำไปสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์ในภายหลังหลายต่อหลายครั้ง
พระบรมนามาภิไธย:
บาเยนองจอเดงนรธา, เซงพะยูเชง
ราชวงศ์:
ตองอู
ครองราชย์:
พ.ศ. 2094 - พ.ศ. 2124
ระยะครองราชย์:
30 ปี
รัชกาลก่อนหน้า
พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
รัชกาลถัดไป
พระเจ้านันทบุเรง
ข้อมูลส่วนพระองค์:
พระราชสมภพ
วันพุธ ขึ้น 12 ค่ำ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2059
สวรรคต
วันอังคาร ขึ้น 15 ค่ำ เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2124กรุงหงสาวดี อาณาจักรพม่าหงสาวดี
พระราชบิดา เมงเยสีหตู
พระราชประวัติ
.........พระเจ้าบุเรงนอง ประสูติเมื่อวันพุธ ขึ้น 12 ค่ำ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2059 ก่อนพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เพียง 1 เดือน ตามความเชื่อของคนทั่วไป เชื่อว่าพระนามดั้งเดิมของพระองค์คือ "จะเด็ด" (ตามนิยายผู้ชนะสิบทิศ) แต่ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ พระนามดั้งเดิมของพระองค์อาจออกเสียงว่า "จะเต็ด" โดยอาจแปลได้ว่า "เจ้าปลวกไต่" (จะ หมายถึง ปลวก เต็ด หมายถึง ไต่ หรือ ป่ายปีน) และมีอีกหนึ่งหลักฐานที่ระบุว่า พระนามดั้งเดิมคือ "เชงเยทุต" โดยแปลได้ว่า "เจ้ายอดผู้กล้า" (เชง เป็นคำที่เรียกหน้าชื่อบุคคลสำคัญ เย หมายความว่า กล้าหาญ และ ทุต อาจแปลได้หลากหลาย แต่ในบริบทเช่นนี้ควรแปลว่า ยอด)
.........พระเจ้าบุเรงนอง ในนิยายผู้ชนะสิบทิศ กำเนิดเป็นบุตรของสามัญชนที่มีอาชีพปาดตาล แต่ข้อเท็จจริงแล้ว พระองค์เองมีเชื้อกษัตริย์ในตัว โดยเป็นบุตรชายของ เมงเยสีหตู ขุนนางระดับสูงผู้หนึ่งของพระเจ้าเมงจีโย พระราชบิดาของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ เมงเยสีหตูผู้นี้ เชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมสถาปนาอาณาจักรตองอูร่วมกับพระเจ้าเมงจีโย และได้รับการอวยยศเป็นถึง เจ้าเมืองตองอู เมืองหลวงอีกด้วย
.........ในวัยเยาว์ พระเจ้าบุเรงนองเติบโตมาพร้อมกับพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ แม้มิได้เป็นพระญาติกันโดยสายเลือด แต่ทั้ง 2 ก็มีความผูกพันกันเหมือนพระญาติ เนื่องจาก เมงเยสีหตู บิดาของพระเจ้าบุเรงนองก็เป็นบุคคลที่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้เคารพ โดยมีฐานะเป็นถึง พระอาจารย์ ที่ปรึกษา ขุนนางคนสำคัญ และมีสถานะอีกด้านเป็นพระสัสสุระ (พ่อตา) ของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ด้วย โดยบุตรสาวของเมงเยสีหตู ก็เป็นมเหสีองค์หนึ่งของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้และพระพี่นางของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้นามว่าพระนางตะเกงจีก็เป็นมเหสีอีกองค์หนึ่งของพระเจ้าบุเรงนอง ด้วยเช่นกัน
.........พระเจ้าบุเรงนองก่อนขึ้นครองราชย์ มีสถานะเป็นแม่ทัพคนสำคัญของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้พระนามของพระเจ้าบุเรงนอง ออกเสียงตามสำเนียงพม่าว่า "บาเยนอง" มีความหมายว่า "พระเชษฐาธิราช" และมีพระนามเต็มว่า "บาเยนองจอเดงนรธา" (ไทยเรียกเพี้ยนเป็น "บุเรงนองกะยอดินนรธา") แปลว่า "พระเชษฐาธิราชผู้ทรงกฤษดาภินิหาร" โดยพระนามนี้ เชื่อว่าพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้พระราชทานให้ หลังจากพระเจ้าบุเรงนองชนะศึกนองโย อันเป็นศึกไล่ตามทัพของพระเจ้าสการะวุตพี กษัตริย์มอญ ที่เสียกรุงหงสาวดีให้แก่พระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้ อันเป็นเกียรติประวัติที่เลืองลือครั้งแรก ๆ ของพระองค์
.........พระนามต่าง ๆ ก็มีอีกมาก เช่น "เซงพะยูเชง" แปลว่า "พระเจ้าช้างเผือก" หรือ "ตะละพะเนียเธอเจาะ" อันแปลว่า "พระเจ้าชนะสิบทิศ" เป็นฉายาที่พบในศิลาจารึกของชาวมอญ และชาวตะวันตกรู้จักพระองค์ในพระนาม "บราจินโนโค่" (Braginoco)
.........พระเจ้าบุเรงนอง นับว่าเป็นกษัตริย์พม่าที่ทางพม่านับว่า เป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ 1 ใน 3 พระองค์ ด้วยความเป็นกษัตริย์นักรบอันเป็นที่ปรากฏพระเกียรติเลื่องลือ โดยยุคสมัยของพระองค์ อาณาจักรตองอูเข้มแข็งและแผ่ไพศาลอย่างที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยครอบคลุมอาณาเขตตั้งแต่ลุ่มน้ำอิระวดีจนถึงลุ่มแม่น้ำโขง มีประเทศราชต่าง ๆ มากมายในภูมิภาคอุษาคเนย์ ได้แก่ หงสาวดี, ล้านช้าง, ไทยใหญ่, เขมร, ญวน, อยุธยา, เชียงใหม่ เป็นต้น
3 บูรพกษัตริย์ของพม่า ณ กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงของพม่า
พระเจ้าอโนรธามังช่อ
พระเจ้าบุเรงนอง
พระเจ้าอลองชญา _________________ Golden Path |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
svt ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Jun 2007 ตอบ: 593
|
ตอบเมื่อ: Wed Nov 25, 2009 1:06 pm เรื่อง: |
|
|
.........ในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของพม่าระบุว่า ก่อนพระองค์จะออกทำศึกคราวใด จะทรงนมัสการพระธาตุชเวมอดอ หรือที่ชาวไทยเรียกตามชาวมอญว่า พระธาตุมุเตา พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองหงสาวดีก่อนทุกครั้ง (จุดที่เชื่อว่าพระองค์ถวายการสักการะก็ปรากฏอยู่หน้าพระธาตุตราบจนปัจจุบัน)
.........ไม่เพียงแต่มิติของการเป็นนักรบเท่านั้น พระเจ้าบุเรงนองยังถือว่าเป็นกษัตริย์นักปกครองและบริหารที่เก่งกาจอีกด้วย ด้วยการสามารถปกครองและบริหารข้าทาสบริวารมากมาย ทั้งของพระองค์เองและของประเทศราช เช่น การยึดเอาพระราชวงศ์ที่สำคัญ ๆ ของประเทศราชต่าง ๆ เข้ามาอยู่ในพระราชวังเพื่อเป็นองค์ ประกัน เป็นต้น
เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2094 ด้วยการปราบดาภิเษก เพราะมีกบฏเกิดขึ้นมากมาย ภายหลังการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าตะเบ็งชะเวตี้
พระราชวังกัมโพชธานีในปัจจุบัน
.........พระราชวังของพระองค์ที่หงสาวดี มีชื่อว่า "กัมโพชธานี" (Kamboza Thadi Palace) นับว่าเป็นพระราชวังที่ใหญ่โตสมพระเกียรติ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2109 ปีที่ 15 ของการครองราชย์ของพระองค์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระองค์เรืองอำนาจสูงสุด พระองค์ตัดสินพระทัยเผาพระราชวังเก่าไปเนื่องจากมีการกบฏ พระราชวังกัมโพชธานีสร้างขึ้นโดยใช้แรงงานจากประเทศราชต่าง ๆ และพระองค์โปรดให้ใช้ชื่อประตูต่าง ๆ ตามชื่อของแรงงานประเทศราชที่สร้าง เช่น ประตูทางตอนเหนือปรากฏชื่อ ประตูโยเดีย (อยุธยา) ประตูตอนใต้ชื่อ ประตูเชียงใหม่ เป็นต้น
.........พระเจ้าบุเรงนองสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2124 ด้วยอาการพระประชวร ขณะยกทัพไปตียะไข่ ปัจจุบัน อนุสาวรีย์ของพระองค์มีต่าง ๆ มากมายหลายที่ในประเทศพม่า
.........ด้วยชีวประวัติอันพิศดาร และน่าสนใจ เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์พม่าช่วงนี้ เป็นแรงบันดาลใจให้นักเขียนชาวไทย ยาขอบ ได้หยิบยกขึ้นมาแต่งเป็นนิยายปลอมพงศาวดารชื่อดัง คือ ผู้ชนะสิบทิศ _________________ Golden Path |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|