ธรรมศาลา ธรรมศาลา
ชุมชนกัลยณมิตรธรรม
 
 ช่วยเหลือช่วยเหลือ   ค้นหาค้นหา   รายชื่อสมาชิกรายชื่อสมาชิก   กลุ่มผู้ใช้กลุ่มผู้ใช้   สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 
 ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัวเข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัว   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in) 

สาหร่ายเกลียวทอง แหล่งโปรตีนและวิตามินB12

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    ธรรมศาลา -> สมาธิเพื่อสุขภาพ
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
santati
สมาชิกธรรมศาลา


เข้าร่วม: 22 Aug 2007
ตอบ: 179
ที่อยู่: ปทุมธานี

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 16, 2008 4:51 pm    เรื่อง: สาหร่ายเกลียวทอง แหล ตอบโดยอ้างข้อความ

สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina)
โดย ดร.สุจินต์ โตวิวิชญ์

ญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่มีความผูกพันอยู่กับสาหร่ายทะเลและสาหร่ายน้ำจืด อยู่มาก จนเห็นได้ว่าสาหร่ายกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการบริโภคของ ชาวญี่ปุ่น มีผู้ให้ความเห็นว่า การที่ชาวญี่ปุ่นมีสุขภาพแข็งแรงและอายุยืน
ปลอดจากโรคภัยหลายชนิดที่ชาวตะวันตกประสบกันอยู่นี้

เนื่องจากชาวญี่ปุ่นรับประทานอาหารที่มีความสมดุลมากกว่า เช่น ปลา และสาหร่าย สาหร่ายที่ชาวญี่ปุ่นนำมารับประทานนั้น มีตั้งแต่สาหร่าย ทะเลซึ่งอุดมไปด้วยไอโอดีนและแร่ธาตุอื่น ๆ สาหร่ายหลายเซลล์ เช่น พวกสไปรูไลน่า หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อว่า "สาหร่ายเกลียวทอง" อันเป็นสาหร่ายน้ำกร่อย นิยมใช้เป็นอาหารเสริมโปรตีน เนื่องจากมีโปรตีนสูงมาก มีกรดไขมันที่หายาก เช่น กรดแกมม่าไลโนเลนิก (Gamma Linolenic) ที่พบเฉพาะในพืชบางชนิดเท่านั้น

ทุกวันนี้มนุษย์กำลังหันกลับเข้าสู่ธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงการ ใช้สารเคมีสังเคราะห์ในการบำบัดรักษาโรค

ถ้าสิ่งใดที่สามารถป้องกันได้ ด้วยสารจากธรรมชาติก็จะเป็นที่นิยมยิ่งนัก สาหร่ายเกลียวทอง เป็นพืชธรรมชาติชนิดหนึ่ง ซึ่งถ้าได้รับประทานติดต่อกันนานพอสมควร จะมีผลดีต่อสุขภาพพลานามัยหลายประการ

สาหร่ายเกลียวทอง เป็นพืชหลายเซลล์ มีลักษณะเป็นเกลียว ผนังเซลล์ประกอบด้วยน้ำตาลชนิดต่าง ๆ และโปรตีนซึ่งแตกต่างจาก พืชชนิดอื่น ๆ ที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยเซลลูโลส เป็นสาหร่ายสีเขียวเข้ม ชอบขึ้นในน้ำอุ่นที่มีความเป็นด่างสูง แต่สามารถปรับตัวให้อยู่ใน สภาพแวดล้อมต่าง ๆ ได้ดีกว่าพืชชนิดอื่น ปัจจุบันเป็นที่นิยมนำมา เป็นอาหารกันมาก จึงมีการเพาะเลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกที่ทำการเพาะเลี้ยง ต่อมาเป็นประเทศไทย อินเดีย จีน และประเทศอื่น ๆ

คุณค่าทางโภชนาการของสาหร่ายเกลียวทอง

สาหร่ายเกลียวทอง จะมีคุณค่าทางอาหารเช่นเดียวกับอาหารชนิดอื่น ๆ ที่น่าสนใจสำหรับแพทย์และนักโภชนาการ คือมีโปรตีนสูงถึง 65% เมื่อ เปรียบเทียบกับพืชชนิดอื่น ๆ ที่มีโปรตีนสูง เช่น ถั่วเหลือง ซึ่งให้โปรตีนเพียง 37% สาหร่ายเกลียวทองจึงนับเป็นพืชที่ให้โปรตีนสูง ทั้งยังพบว่า โปรตีนของสาหร่ายเกลียวทองมีปริมาณสูงกว่าเนื้อสัตว์ สาหร่ายเกลียวทอง จึงนับได้ว่าเป็นแหล่งโปรตีนอีกแหล่งหนึ่งได้ นอกจากนี้ ยังประกอบไปด้วย กรดแกมม่าไลโนเลนิก (GLA) สูงกว่าพืชชนิดอื่น ๆ ซึ่งกรดนี้มีคุณสมบัติ ช่วยลดไขมันในเลือด ลดความดันโลหิต บรรเทาอาการข้ออักเสบ ปวดประจำเดือน ผิวหนังอักเสบ และสิวฝ้า

วิตามินและเกลือแร่ในสาหร่ายเกลียวทอง

สาหร่ายเกลียวทอง มีวิตามินอยู่ในปริมาณต่าง ๆ กัน วิตามิน ที่น่าสนใจได้แก่ วิตามิน B12 ซึ่งปกติจะมีมากในเนื้อสัตว์ และมีปริมาณน้อยมากในพืชทั่ว ๆ ไป ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติจึงมักขาดวิตามิน B12 ซึ่งทำให้เกิดโลหิตจางได้ สาหร่ายเกลียวทองจึงเป็นทางเลือกสำหรับ ผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ ทั้งนี้เพราะสาหร่ายเกลียวทองเป็นพืชที่มีวิตามิน B12 สูง วิตามินอีกชนิดหนึ่งที่มีมากในสาหร่ายเกลียวทองคือ วิตามิน A ซึ่งอยู่ในรูปของเบต้าแคโรทีน มีบทบาทสำคัญในการลดอนุมูลอิสระ (free radical) ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าผู้ที่รับประทานเบต้าแคโรทีนจะมีภูมิคุ้มกันโรคสูง ประโยชน์ของเบต้าแคโรทีนจึงนำมาใช้เป็นสารต้านมะเร็งชนิดต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามิน E, วิตามิน C, วิตามิน B1, B6 และไนอาซีนสูง

นอกจากวิตามินต่าง ๆ แล้ว สาหร่ายเกลียวทองยังอุดมไปด้วยเกลือแร่ที่ จำเป็นต่อร่างกายอีกมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี แมงกานีส ทองแดง เซเลเนียม และแคลเซียม นอกจากนี้เม็ดสีในสาหร่ายเกลียวทอง ยังประกอบด้วยสีเขียวของคลอโรฟีลล์ สีน้ำเงินของไพโคไซยานิน สีส้มของเบต้าแคโรทีนและแซนโตฟิล

มีรายงานวิจัยหลายเรื่องพิสูจน์ว่า คลอโรฟีลล์ หรืออนุพันธ์ มีผลต่อ การเจริญของแบคทีเรียและสัตว์ การเผาผลาญอาหาร การหายใจ กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง การทำงานของฮอร์โมน และการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย

คุณค่าทางเสริมสร้างภูมิต้านทานโรคต่าง ๆ

สาหร่ายเกลียวทอง อุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามิน-เกลือแร่มากมาก เหมาะสำหรับใช้เป็นอาหารเสริม เพื่อเสริมสร้างสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกันโรค ระบบขับถ่ายสารพิษ และป้องกันการเกิดโรคโลหิตจางในผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ

ที่มา: http://www.gpo.or.th/news/interest/inter4.htm


แก้ไขล่าสุดโดย santati เมื่อ Mon Jun 16, 2008 5:06 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
santati
สมาชิกธรรมศาลา


เข้าร่วม: 22 Aug 2007
ตอบ: 179
ที่อยู่: ปทุมธานี

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 16, 2008 5:03 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

สาหร่ายเกลียวทอง (Spirulina) มาจากคำภาษาอังกฤษว่า สไปรัล (Spiral) หมายถึง รูปเกลียววนแบบขดหอย จุดกำเนิดดั้งเดิม ของสาหร่ายเกลียวทองคือประเทศเม็กซิโก ทวีปแอฟริกาและที่อื่น ๆ อีกหลายแห่ง ซึ่งชนเผ่าพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแหล่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ใช้เป็นอาหารประจำวันมาเป็นเวลาหลายพันปี มีเรื่องเล่าว่าชนเผ่าหนึ่งในประเทศชาด ทวีปแอฟริกาถิ่นที่อยู่เป็นโซน ที่แห้งแล้งที่สุด อาหารการกินแทบไม่มีอะไรพอที่จะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายได้เลย แต่ผู้คนชาวเผ่านี้มีรูปร่างสูงใหญ่และ แข็งแรงมาก องค์การเอฟเอโอ (FAO) แห่งสหประชาชาติ ไปศึกษาพบเข้า จึงความทึ่งมาก ได้ใช้ความพยายามค้นหาสิ่ง ที่สร้างร่างกายของชาวเผ่านี้อยู่นาน ก็พบว่าในทะเลสาบใหญ่ของหมู่บ้านมีอาหารเสริมเป็นสาหร่ายชนิดนี้นี่เอง

สาหร่าย เกลียวทองเป็นสาหร่ายหลายเซลล์ สีเขียวแกมน้ำเงิน ขนาดเล็กมากจนมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มีโปรตีนสูงถึง 60-70% โดยน้ำหนักแห้ง องค์ประกอบของโปรตีนมีกรดอะมิโนถึง 18 ตัว มีวิตามินที่มีคุณค่าต่าง ๆ เช่น วิตามินเอ บี1 บี2 บี12 อี เอช ฯลฯ และเมื่อไม่นานที่ผ่านมานี้สาหร่ายที่ได้รับความนิยมสูง คือ สาหร่ายคลอเรลลา (Chlorella) ซึ่งเป็นสาหร่ายเซลเดียว เมื่อเปรียบเทียบองค์ประกอบสารอินทรีย์ได้ผลดังนี้

องค์ประกอบสารอินทรีย์ สาหร่ายเกลียวทอง คลอเรลลา
โปรตีน 69.5% - 71% 40 - 56 %
คาร์โบไฮเดรต 12.5 % 10 - 25 %
ไขมัน 8.0 % 10 - 30 %
วิตามิน โปรวิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 บี12 อี นิโคตินิล แอซิด โฟลิค แอซิด
โปรวิตามิน เอ บี1 บี2 บี6 นิโคติค แอซิด
สารให้สี คลอโรฟิลล์
แคโรตินอยด์
ไฟโคไซยานิน
คลอโรฟิลล์
แคโรตินอยด์

เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสาหร่ายเกลียวทองและครอเรลลา จะเห็นได้ว่า สาหร่ายเกลียวทองมีปริมาณโปรตีนสูง มีวิตามินมากกว่า มีสารให้สีไฟโคไซยานินซึ่งทำให้สาหร่ายเกลียวทองมีสีเขียวแกมน้ำเงินซึ่งคลอเรลลาไม่มี แต่แท้ที่จริงแล้ว สาหร่ายเกลียวทองนั้น เหนือกว่าคลอเรลลาในแง่มุมสำคัญหลายข้อ ดังนี้

1. สาหร่ายเกลียวทอง เป็นสาหร่ายหลายเซลล์ที่มีขนาดใหญ่กว่าคลอเรลลาถึงกว่า 100 เท่า จึงไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องหมุนเหวี่ยงในการเก็บเกี่ยว
2. ผนังเซลล์ของสาหร่ายเกลียวทองนั้นบาง ทำให้ย่อยง่าย ดังนั้นจึงย่อยและดูดซึมได้เร็ว
3. คุณค่าทางอาหารมีมากกว่า ดังแสดงให้เห็นในตาราง

สำหรับสรรพคุณทางยาที่น่าพิศวง ของสาหร่ายเกลียวทอง ตัวอย่างการรักษาที่ได้ผลอย่างน่าประหลาดใจ ในคนไข้โรคเบาหวาน โรคตับ อาการตามัว โรคโลหิตจางและอื่น ๆ สามารถหารายละเอียดได้ใน งานแปลลำดับที่ 105 ของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ เรื่อง "ความลับของสาหร่ายเกลียวทองผลการรักษาที่แพทย์ญี่ปุ่นค้นพบ"

สาหร่ายเกลียวทองเหมาะสำหรับ

- เด็กในวัยเจริญเติบโต
- ผู้สูงอายุ เพื่อบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
- นักกีฬาทุกประเภท
- บุคคลทั่วไปที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรง สมบูรณ์ ให้แก่ร่างกาย
- สตรีในระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด
- ผู้ที่ตรากตรำทำงานหนัก เครียด
- ผู้ที่เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ
- ผู้ป่วยในระยะพักฟื้นและหลังผ่าตัด
- ผู้ที่มีปัญหาในเรื่องโรคกระเพาะ โลหิตจาง เบาหวาน โรคตับ
- ผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ
- ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก
- ผู้ที่ขาดสารอาหาร

ที่มา: http://www.thailabonline.com/plant14.htm
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
svt
ผู้ดูแลระบบ


เข้าร่วม: 17 Jun 2007
ตอบ: 591

ตอบตอบเมื่อ: Wed Aug 20, 2008 1:54 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ



ข้อมูลเกี่ยวกับสาหร่ายสไปรูลิน่า ในทางคลื่นบำบัด พลังจักรวาล(Vibrational Medicine)
แวะหาอ่านเพิ่มเติมที่ลิงค์นี้ได้เช่นเดียวกันครับ :
http://www.triplusgroup.com/gzone.html
_________________
Golden Path
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    ธรรมศาลา -> สมาธิเพื่อสุขภาพ ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1

 
ไปที่:  
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน


dhammachak © 2007, Thank phpBB Group