| อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป |
| ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
poom076 ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Oct 2007 ตอบ: 562 ที่อยู่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
|
ตอบเมื่อ: Fri Mar 21, 2008 1:30 pm เรื่อง: คริสตัลบำบัด (Crystal Therapy) |
|
|
คริสตัลบำบัด (Crystal Therapy)
.....คริสตัลบำบัด หรือหินบำบัด หรือผลึกบำบัด หรือ คริลตัลเธราพี หรือ คริสตัลฮีลลิ่ง (Crystal healing) บางทีเรียกว่า การรักษาโรคโดยใช้อัญมณี (Gem therapy) เป็นการใช้ผลึกควอตซ์ (quartz) ผลึกชนิดอื่นๆ หรืออัญมณีต่างๆทั้งแบบรูปทรงธรรมชาติ และผ่านการตบแต่งด้วยฝีมือมนุษย์ เพื่อวัตถุประสงค์ในการบำบัดรักษาโรค และใช้ร่วมกับการสร้างความสมดุลของจักระ (Chakra) และการบำบัดโดยใช้สี หรือรงคบำบัด (Color therapy) ซึ่งจะกล่าวถึงในอนาคต
....เป็นที่ทราบกันว่า คริสตัลและอัญมณีทั้งหลาย ก็เหมือนกับร่างกายมนุษย์ คือมีพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ คริสตัลและอัญมณีต่างๆ จะกระจายความสั่นสะเทือนและความถี่ ซึ่งมีศักยภาพมากในการส่งผลกระทบกับทั้งร่างกาย ความคิดจิตใจ และจิตวิญญาณ
....ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา มีผู้คนที่หลงใหลติดใจกับเสน่ห์ความงามของหิน ผลึก และอัญมณีต่างๆมาโดยตลอด เป็นธรรมดาที่คนเราจะอยากหยิบเอาหินหรือผลึกสวยๆขึ้นมา และพกพาติดตัวไปด้วย ในท้ายที่สุด ก็เป็นที่ทราบกันว่า ผลึกและหินบางชนิดมีศักยภาพ ในการสร้างผลกระทบบางอย่างให้เกิดขึ้นกับร่างกาย เพชรพลอยและหินมีค่าต่างมีคุณสมบัติอันลึกลับอยู่ วัฒนธรรมยุคบุพกาลและวัฒนธรรมยุคที่มีอารยธรรมแล้ว ตลอดจนชนพื้นเมืองต่างๆทั่วโลก ต่างเคยใช้หินและผลึกต่างๆในการรักษาโรค และในพิธีกรรมต่างๆมากมาย
....ในต้นทศวรรษที่ 1980 ผลึกเริ่มเป็นที่สนใจของผู้คนทั่วไปอย่างกว้างขวาง และเริ่มมีการนำผลึกและหินชนิดต่างๆ เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ผลึกและหินบางชนิด ใช้สวมใส่กับร่างกาย บางชนิดก็นำมาเก็บไว้ในห้องต่างๆภายในบ้าน เพื่อสร้างผลกระทบทางอารมณ์ตามที่ปรารถนา
....สำหรับการรักษาและประโยชน์ในทางอื่นๆนั้นก็สามารถนำเอาความสั่นสะเทือนของพลังงาน และคุณสมบัติต่างๆของผลึกและอัญมณี มาใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เช่นสวมใส่เป็นเครื่องประดับ, พกติดตัวไว้ในกระเป๋า, เก็บไว้ในห้องหรือที่ทำงาน ผลึกและอัญมณีจำทำให้รู้สึกสบายใจ และรู้สึกถึงประโยชน์ของมันที่ส่งออกมา ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากความเชื่อที่ว่า มันจะส่งผลดีให้แก่ตัวก็เป็นได้
....ผลึกและอัญมณีต่างๆโดยทั่วไปแล้ว จะถูกนำมาเป็นเครื่องประดับ เช่น กำไล แหวน ต่างหู มงกุฎ เครื่องประดับศีรษะ เข็มขัด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถนำมาใส่ถุงเล็กๆ แล้วเกี่ยวแขวนหรือพกไว้กับตัวก็ได้ โดยมากมักสวมใส่หรือประดับอยู่เหนือเมอริเดียนพลังงานของร่างกาย และตามที่ตั้งของจักระต่างๆ หรือบริเวณใกล้เคียง ด้วยเชื่อว่า ผลึกและอัญมณีเหล่านั้นสามารถกระตุ้นหรือเปิดหรือเพิ่มการไหลเวียนของพลังงานในบริเวณนั้นๆได้ เนื่องเพราะสาเหตุของปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับระบบการทำงานของร่างกาย มักเกิดจากการติดขัดหยุดนิ่งหรือสับสนวุ่นวายของกระแสพลังงานในบริเวณนั้นๆ หรืออาจเกิดจากความผิดปกติทางความคิดหรือสภาวะจิต ทำให้เกิดการปิดกั้นพลังชีวิตที่บริเวณต่างๆที่เกี่ยวข้อง ผลึกจึงถูกนำมาใช้เพื่อจัดระบบการไหลเวียนของพลังงานทั้งภายในและภายนอกร่างกายเสียใหม่ให้เป็นระบบระเบียบมากขึ้น รวมทั้งใช้พลังงานของหินนั้นๆในการชำระ หรือกำจัดสิ่งปิดกั้นที่มีอยู่ออกไปด้วย เมื่อระบบพลังงานของร่างกายและจิตใจได้รับการฟื้นฟูจนกลับคืนสู่สมดุลแล้ว ก็ย่อมจะส่งผลดีต่อสุขภาพกายและจิตใจไปด้วย (เมื่อร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ทำงานประสานกลมกลืนกัน เราจะสามารถกำกับจิตใจให้มีความสงบ สร้างความมีชีวิตชีวา หรือก่อให้เกิดแรงบันดาลใจในด้านต่างๆขึ้นมาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของหินที่ใช้)
....นอกจากนี้ ยังเชื่อกันว่า อารมณ์ต่างๆสามารถถูกกระตุ้นขึ้นมาได้ หากว่าไปอยู่ใกล้กับหินผลึกบางชนิด เช่น ควอตซ์สีกุหลาบ (Rose quartz)ที่มีสีอ่อนหวาน ซึ่งเป็นที่นิยมใช้พลังงานในการบำบัดบริเวณหัวใจ เมื่อนำไปไว้ในบริเวณต่างๆของห้อง ก็จะก่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกเกี่ยวกับความรัก และการอุปการะ หรือความเมตตาและความอ่อนโยน ในขณะที่หินโรสควอตซ์ที่มีสีชมพูจัด จะส่งเสริมการแสดงออกถึงความรักอย่างคึกคัก
ศิลปะการวางหิน
....ศิลปะการวางหินของโบราณนั้น “หมอ” จะเป็นผู้นำเอาผลึกและอัญมณีไปวางลงที่ส่วนต่างๆของร่างกาย ให้ตรงกับจุดของจักระ เพื่อทำให้การไหลเวียนของพลังงานสมดุล เช่น ใช้หินมาลาไคต์ (Malachite) วางไว้ที่ชายโครง เพื่อช่วยดึงอารมณ์ที่ถูกปิดกั้นไว้ออกมา เพื่อให้จักรหัวใจสามารถเปิดและทำงานได้อย่างปกติ
....ผลึกและอัญมณี ควรได้รับการ “ชำระล้าง” อย่างถูกวิธีเสียก่อนทีจะนำมาใช้ โดยเฉพาะหินที่จะนำมาใช้รักษาโรค หินผลึกเหล่านี้สามารถสะสมเอาความสั่นสะเทือนจากบุคคลที่สัมผัสมันมาก่อน หรือจากสถานที่ๆเคยอยู่เอาไว้ได้ แหล่งพลังงานต่างๆ เช่น เสียง แสง อารมณ์ ความคิด และสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สามารถทิ้งพลังงานของมันไว้ในหินผลึกได้ หากว่าผู้ที่เคยเป็นเจ้าของหินนั้นป่วย หรือมีความคิดในทางที่ร้ายมาก ความสั่นสะเทือนจากความคิดและความป่วยไข้เหล่านี้ ก็อาจส่งผ่านมายังคนที่ใช้หินผลึกนั้นๆเป็นคนต่อมาก็ได้ หากไม่มีการล้างเสียก่อน
....การล้างสามารถทำได้หลายวิธี เช่น ล้างในน้ำไหลโดยการราดน้ำหรือผ่านน้ำจากก๊อก การจุ่มหรือแช่ในน้ำผสมกับเกลือทะเล บรรจุไว้ในเกลือทะเล นำไปผ่านเปลวไฟหรือควัน หรือนำไปฝังดินไว้ระยะหนึ่ง
....การใช้ผลึกส่วนใหญ่มักเป็นการใช้ด้วยตนเอง แต่ก็มี “หมอผลึก” อยู่มากเหมือนกัน และมีหนังสือมากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้จำหน่ายตามร้านหนังสือหรือห้องสมุดส่วนใหญ่(ห้องสมุดในต่างประเทศมี แต่ในไทยไม่ค่อยมีหรอก ต้องจับพวกครูมาล้างสมองก่อนถึงจะมี) ผลึกและอัญมณีต่างๆก็มีจำหน่ายทั่วไป ทั้งตามร้านขายปลีกและที่สั่งซื้อทางไปรษณีย์ (แต่อย่าลืมล้างและจำไว้ว่า หินผลึกแท้จากธรรมชาติใช้ได้ผลดีกว่าพวกที่สังเคราะห์ขึ้นในห้องแล็บ)
**Credit: Alternative Healing by Mark Kastner, L.Dc., Dipl.Ac and Hugh Burroughs.
http://angelsmagicalshoponline.blogspot.com/2007/01/crystal-therapy.html
 _________________ มีพบย่อมมีพราก
มีจากย่อมมีเจอ
ที่ไหนกันเล่าเออ
ที่ไม่ต้องเจอและไม่ต้องจาก
...ภุมริน... |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
poom076 ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Oct 2007 ตอบ: 562 ที่อยู่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
|
ตอบเมื่อ: Fri Mar 21, 2008 1:47 pm เรื่อง: |
|
|
วันนี้คุณดูแลคริสตัลและหินบำบัดของคุณแล้วหรือยัง
สวัสดีค่ะ วันนี้มีเรื่องราวของผลึกคริสตัลและหินสีต่างๆ และวิธีการดูแลรักษามาฝากนะคะผลึกคริสตัลนี้จะมีพลังหรือคลื่นความถี่อยู่ภายในเราไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าค่ะแต่ว่าเราสามารถสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกนะคะ ก็ลองดูแบบง่ายๆคือ ลองใช้มือของเราทั้ง 2 ข้าง มาประกบด้วยกันก่อนนะคะและจากนั้นก็ลองดึงมือออกจากกันทั้งสองข้างไปอย่างช้าๆ และหมุนเข้าหากันสักพักหรือจะนับ 1 - 20 ก็ได้ค่ะ จากนั้นก็ให้มือข้างหนึ่งนิ่งและอีกข้างหนึ่งหมุนอยู่และลองใช้ความรู้สึกของเราสังเกตุดูว่ามีพลังงานงานใดๆที่มากระทบฝ่ามือที่นิ่งของเราอยู่หรือไม่ อาจเป็นความรู้สึกชา เย็นวูบวาบ หรือ มีพลังเคลื่อนไหวนั่นแหละค่ะ จากนั้นเราก็ลองใช้มือของเราไปอยู่เหนือผลึกหินสีหรือคริสตัลที่มีอยู่และใช้ความรู้สึกของเราเหมือนตอนนั่งสมาธิดึงวิถีจิตส่งผ่านไปยังฝ่ามือเราและส่งไปยังผลึกนั้นจากนั้นก็หมุนมือเราไปมาหรือวงกลมห่างจากผลึกประมาณ 20 ซม.ดูนะคะว่ามีพลังงานใดส่งกลับคืนมายังฝ่ามือของเราหรือไม่ถ้ามีก็แสดงว่าผลึกหินนั้นมีพลังงานสะสมอยู่แต่ถ้านิ่งก็แสดงว่าไม่มีพลังงานค่ะ ลองดูนะคะไม่ยากอย่างที่คิด
การดูแล และทำความสะอาดผลึกคริสตัลหรือผลึกหินสีอื่น
ผลึกแก้วคริสตัลนั้น เกิดจากการรวมตัวของซิลิคอนไดออกไซด์ (SiO2) ซึ่งก็คือ ซิลิคอน หรือ ทราย 1 อะตอม มารวมกับออกซิเจน หรือ ลม 2 อะตอม
คริสตัลทำอะไรด้วยซิลิคอนไดออกไซด์ คือ ทราย
น้ำ + ดิน +ไฟ+ลม
คริสตัลนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากใต้พื้นผิวโลก คือ น้ำจะระเหยออกจากดินเหนียวแล้วก็จะกระจายไปสู่ที่ๆมีอุณหภูมิสูง ซึ่งก็คือ ไฟ แล้วก็จะแข็งตัวกลายเป็นทรายซึ่งก็คือ ซิลิคอน จากนั้นมันจะได้รับแรงกดดัน แรงอัดจำนวนมหาศาลบวกกับการได้รับการอัด ออกซิเจน หรือลมเข้าไปเป็นเวลานับล้านๆ ปี มันจึงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นผลึกแก้วคริสตัล แร่ธาตุและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าต่างๆ มีส่วนทำให้ผลึกแก้วคริสตัลมีสีสันที่แตกต่างกัน อาณาจักรของมนุษย์ อาณาจักรของพืช สัตว์ต่างๆ และอาณาจักรของแร่ธาตุ นั้นต่างก็มีองค์ประกอบขั้นพื้นฐานเหมือนกันทั้งทางกายภาพ และเครื่องหมายแสดงสัญลักษณ์ ร่างกายของมนุษย์เรานั้นก็ประกอบไปด้วยแร่ธาตุเช่นกันทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรที่เราเรียกว่า อาณาจักรของการสร้าง ดูได้จากภาพเพราะพวกเราต่างรวมกันเป็นหนึ่งเดียวมนุษย์เรานั้นมีความผูกพันใกล้ชิดกับคริสตัลเป็นอย่างมาก ซึ่งคริสตัลเป็นสิ่งที่สำคัญมากในอาณาจักรของแร่ธาตุทั้งมนุษย์และคริสตัลต่างก็ผ่านช่วงเวลาของการฟักตัว และเจริญเติบโต คือมนุษย์นั้นใช้เวลาอยู่ในท้องแม่ 9 เดือน แต่คริสตัลใช้เวลาอยู่ใต้พื้นผิวโลกยาวนานมากกว่า คริสตัลและมนุษย์นั้นต้องพึ่งพาและอาศัยกัน คือ มนุษย์ช่วยนำคริสตัลออกมาจากความมืดใต้พื้นผิวโลก ออกมาสู่แสงสว่างบนผิวโลก แต่มนุษย์ต้องใช้คริสตัลเพื่อช่วยในการจัดระบบพลังงาน และช่วยเร่งให้เกิดกระบวนการความรู้ความเข้าใจ คริสตัลและมนุษย์ยังมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน คือ ส่วนล่างของผลึกแก้วคริสตัลทึบและขุ่นมัวมากกว่าส่วนบนแสดงให้เห็นถึงความยุ่งยากลำบาก แต่ส่วนปลายของมันใสบริสุทธิ์ และเปล่งประกายขึ้นด้านบน จะแสดงให้เห็นถึงแสงขาวใสบริสุทธิ์ เช่นเดียวกับร่างกายของมนุษย์ที่มักจะเจ็บป่วยและเศร้ามอง แต่ในแก่นแท้แล้วนั้น มีจิตวิญญาณที่มีจุดประสงค์เพื่อจะสะท้อนแสงสว่างแห่งชีวิต ถ้าเพียงแต่มนุษย์ทุกคนสามารถที่จะสะท้อนแสงแห่งชีวิตของตนออกมาได้เหมือนกับที่คริสตัลสะท้อนแสงได้โลกของเราก็จะกลายเป็นกลุ่มคริสตัลในจักรวาลที่แผ่รังสีและแสงสว่างแห่งชีวิตไปทั่วโลกของเราจะเป็นโลกที่มีแต่ชีวิตบริสุทธิ์ ปราศจากความขัดแย้งและความคิดที่ชั่วร้ายทั้งหลาย เราจะมีโลกใหม่ที่มีแต่สันติภาพและความสงบสุข
จากหนังสือพลังมหัศจรรย์แห่งคริสตัลโดย Riza Regis ค่ะ
-------------------------------------------
คริสตัลและอัญมณี จะมีรูปทรงตามลักษณะการเรียงตัวของอะตอมภายใน รูปทรงขั้นพื้นฐานในการสร้างองค์ประกอบของคริสตัลนั้น มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 รูปแบบดังนี้
1. ผลึกทรงลูกเต๋า หรือผลึกทรงปริมาตร รูปทรงแบบนี้เรียกว่า ไอโซเมตริก (Isometric)
2. รูปทรงของผลึกที่ด้านตั้งยาวกว่าด้านขวาง เป็นผลึกทรงสี่เหลี่ยม เรียกว่า เตตราโกนัล
(Tetragonal)
3. ผลึกทรงหกเหลี่ยม หรือเป็นปริซึมหกด้าน เรียกว่า เฮ็กซาโกนัล (Hexagonal)
4. ผลึกเหลี่ยมเอียงหรือผลึกตัดตรงเป็นผลึกทรงขนมเปียกปูน เรียกว่า ออโธรอมบิค
(Orthorhombic)
5. ผลึกเอียงด้านเดียว มีแกนสามแกน โดยที่สองแกนจะตัดมุมกับแกนหนึ่ง ทำให้เกิดเป็น
รูปทแยงมุม เรียกว่า โมโนคลินัค (Monoclinic)
6. ผลึกเอียงสามด้าน แกนทั้งสามมีขนาดเท่ากัน เรียกว่า ไทรคลินิก (Triclinic)
คริสตัลจากธรรมชาติ
คริสตัลเป็นของขวัญ จากธรรมชาติ ที่เกิดมาในโลกนี้ การที่เราเลือกซื้อหาคริสตัลมาเป็นสมบัติได้นั้น ต้องผ่านกรรมวิธีในการใช้ “พลังจิต” เป็นหลัก และวิธีการเลือกคริสตัลที่ดีที่สุดนั้นคือ เลือกจากชิ้นที่ คริสตัลเลือกคุณด้วยเมื่อคุณเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงคริสตัลบางชิ้น คุณจะรู้สึกคล้ายกับคริสตัลนั้นกำลังเรียกคุณอยู่ มันเกิดจากการสัมผัสรู้ ซึ่งเราเองก็บอกใครไม่ได้ว่า เพราะเหตุใดจึงรู้สึกเช่นนั้น ยิ่งกว่านั้นเมื่อเราได้พบคริสตัล ความรู้สึกแรกที่เกิดในใจมันมิใช่เพียงแค่ความชอบ แต่เป็นความรัก ความอยากจะได้เป็นเจ้าของและเราจะทำทุกวิธีเพื่อที่จะได้คริสตัลหรือหินสีอัญมณีชิ้นนั้นมาเป็นของเรามันออกจะเป็นเรื่องน่าแปลก แต่ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นแล้วในชีวิตของใครหลายคนที่สามารถพิสูจน์ได้ และทุกคน ล้วนมีคริสตัล อัญมณี
หรือหินสีที่ตนรักอยู่ในครอบครองด้วยความรักอย่างสุดซึ้งทีเดียว
การเลือกซื้อหินสีหรืออัญมณี คริสตัลนั้น อาจเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถทำได้ โดยยึดหลักและกฎเกณฑ์ต่างๆที่นิยมปฏิบัติกันอยู่ แต่ที่สามารถทำได้ด้วยตัวเองคือ เมื่อคุณได้ถือคริสตัลหรือหินสี อัญมณี นั้น ไว้ในมือข้างขวา แล้วเอาด้านปลายของคริสตัลจรดตรงใจกลางมือข้างซ้าย วนคริสตัลให้ห่างจากใจกลางมือประมาณ 1 นิ้วครึ่ง ในลักษณะตามเข็มนาฬิกาจนกระทั่งรู้สึกตึงฝ่ามือ ขณะที่ทำอยู่นั้น คุณจะรู้สึกคล้ายกับหมุนเกลียวปิดฝาขวด จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่มันจะ“ปิดแน่นสนิท” และเมื่อใดก็ตามที่เกิดความรู้สึกเช่นนี้ แสดงว่าคุณได้สร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นกับคริสตัลนั้นๆเรียบร้อยแล้ว ก่อนทำความสะบัดมือเสียก่อน แล้วเอาฝ่ามือทั้งสองข้างประกับเข้าหากันก่อน จะค่อยๆ แยกห่างออกจากกันซ้ำๆ จนกระทั่งรู้สึกว่า สนามแม่เหล็กจากฝ่ามือข้างหนึ่งแผ่ไปถึงฝ่ามืออีกข้างหนึ่ง ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้ง จะทำให้เกิดการกระตุ้นการไหลของพลังงานจากฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง ทั้งยังจะเป็นการเพิ่มความอ่อนไหวในการรับสัมผัสให้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
วิธีการที่จะส่งข่าวสารไปถึงคนที่คุณต้องการ คือ ให้คุณถือคริสตัลไว้ในมือ ขณะเดียวกันก็ส่งกระแสจิตไปถึงบุคคลผู้นั้นโดยคิดถึงสิ่งที่คุณต้องการสื่อสาร ต้องการบอกให้เขาได้รับรู้อะไร จากนั้นก็ใส่ข้อมูลดังกล่าวเข้าไปในคริสตัลด้วยลมหายใจหรือกระแสจิตมโนภาพ เพื่อส่งความรัก(หรือการบำบัดรักษา) ไปยังคนคนนั้นได้ทันที ขณะเดียวกัน ให้คุณส่งด้วยพลังจิตของคุณเอง คริสตัลสามารถช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการสื่อสารหรือความเข้าใจระหว่างกันได้อีกด้วย ยิ่งถ้าคุณใช้คริสตัลทวินหรือฝาแฝดด้วยแล้ว พลังของคริสตัลนี้จะทำให้ขจัดปัญหาได้ดีทีเดียว
หินและผลึกคริสตัลต่างๆ นั้นเหมือนกับมนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่ต้องการการดูแลด้วยความรัก ความทะนุถนอมหินและผลึกคริสตัลเป็นแสงสะท้อนจากพลังงานที่จะช่วยสร้างค่าให้แก่สภาพแวดล้อม การวางผลึกหรือหินสีไว้ในที่อับชื้น หรือในมือนั้นจะทำให้พลังแห่งผลึกคริสตัลนั้นพลังงานลดน้อยลง ดังนั้นจึงเป็นการดีที่เราจะวางผลึกแก้วเหล่านี้ไว้ในที่ๆ สามารถมองเห็นได้ง่าย เพื่อที่มันจะได้เผยโฉมความงดงามและรัศมีออกมาได้ชัดเจน
คริสตัลไม่เพียงจะทำให้บ้านหรือสำนักงานสวยขึ้นเท่านั้น แต่จะสะท้อนแสงและสีที่มีอิทธิพลกับทุกคนที่เข้ามาในห้อง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเห็นคริสตัลนั้นหรือไม่
ดังนั้นพื้นที่โปร่งและมีแสงสว่างจึงเป็นที่ๆ เหมาะสมที่สุดที่เราจะวางผลึกคริสตัลหรือหินสีต่างๆ ไว้โชว์ คุณอาจจะวางไว้บนโต๊ะทำงาน โต๊ะรับแขก หิ้ง เสา ต้นไม้ หัวเตียง ตู้เสื้อผ้าและแท่นบูชา นอกจากนี้แล้วควรจะล้างทำความสะอาด ผลึกคริสตัลอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้ชื้นหรือมีฝุ่นละอองมาเกาะจับ
ถ้าคุณพกผลึกไว้กับตัว ควรระมัดระวังไม่ให้แตกร้าวหรือกะเทาะ โดยอาจะใช้ทิชชูห่อผลึกแต่ละก้อน แล้วใส่ลงในกระเป๋าผ้าไหมหรือผ้าฝ้ายใบเล็กๆ ก้อนหินที่ไม่ได้เจียระไนจะสะดวกและปลอดภัยมากกว่าในการพกพา เพราะสามารถใส่ รวมกันได้ในกระเป๋าเพียงใบเดียว
คุณจะต้องล้างทำความสะอาดคริสตัลที่เราจะใช้ในการบำบัดโรคอย่างสม่ำเสมอและจะต้องดูแลมากเป็นพิเศษกว่า คริสตัลที่ใช้ประดับธรรมดา อย่างไรก็ตามหลังจากซื้อคริสตัลมาแล้วจะต้องทำความสะอาดอย่างพิถีเป็นพิเศษ เพื่อล้างพลังงานและความโอนเอนที่มีมาตั้งแต่ผลึกนี้อยู่ในเหมืองออกไป การทำความสะอาดก้อนคริสตัลเป็นการทำให้มันบริสุทธิ์และเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อที่เจ้าของใหม่จะได้เอาไปใช้ได้เป็นอย่างดี
เวลาที่ซื้อคริสตัลก้อนใหม่มา คุณควรแช่ไว้ในน้ำฝนหรือน้ำทะเล หรือในเกลือ 1 คืน ก่อนจะนำคริสตัลนั้นมาใช้ใน การสวมใส่หรือบำบัดโรค เพราะน้ำจะช่วยดูดซึมพลังงานที่สะสมอยู่ในก้อนคริสตัลหรือผลึกหิน ส่วนเกลือนั้นจะช่วยจำแนก พลังงานเหล่านั้นให้สะอาดและมีพลังเหมือนเดิมค่ะ
จากหนังสือคริสตัล พลังแห่งสีสันอัญมณ ของคุณ ศีขริน
โดย นาราด้า
วันที่ พฤหัสบดี ตุลาคม 2550
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=137740
 _________________ มีพบย่อมมีพราก
มีจากย่อมมีเจอ
ที่ไหนกันเล่าเออ
ที่ไม่ต้องเจอและไม่ต้องจาก
...ภุมริน... |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|