| อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป |
| ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
poom076 ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Oct 2007 ตอบ: 562 ที่อยู่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
|
ตอบเมื่อ: Thu Jan 24, 2008 11:04 am เรื่อง: Message From the Water |
|
|
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆๆครับผม
น้ำเป็นส่วนประกอบของร่างกายถึง 70 เปอร์เซนต์
งานวิจัยนี้เป็นส่วนที่ช่วยเติมเต็มในเรื่องของ
น้ำมนต์ในทางพระพุทธศาสนา หลักของการเขียนยันต์ คาถาเวทมนต์
ได้ดีขึ้น
และยังสะท้อนถึงมลภาวะหรือส่งต่างๆที่สัมพันธ์กัน
http://www.youtube.com/watch?v=XWmWWqm1hFs
https://www.hado.net/
รายละเอียดจะหามาลงเพิ่มเติมนะครับผม
 _________________ มีพบย่อมมีพราก
มีจากย่อมมีเจอ
ที่ไหนกันเล่าเออ
ที่ไม่ต้องเจอและไม่ต้องจาก
...ภุมริน... |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
poom076 ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Oct 2007 ตอบ: 562 ที่อยู่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
|
ตอบเมื่อ: Thu Jan 24, 2008 11:28 am เรื่อง: |
|
|
Message from water : Dr.Masaru Emoto
สาส์นจากวารี
เมื่อวิทยาศาสตร์ไขความลับของธรรมชาติ มหัศจรรย์ของ การฟังดี คิดดีพูดดี และทำดี
ยิ่งให้ยิ่งได้รับ
มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากมาย ที่ชี้ให้เห็นว่า ผลของการกระทำมีจริง การให้โดยไม่หวังผลตอบแทนจะส่งผลทำให้มีความสุขมากกว่าการได้รับ การให้ในที่นี้ไม่ใช่การให้ที่เป็นการให้ด้วยเงินเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการให้ความช่วยเหลือด้วยแรงกาย การพูดให้กำลังใจหรือแนะนำสิ่งที่ดีๆด้วยวาจา หรือแม้แต่การออกกำลังความคิดด้วยจิตเมตตาส่งแรงใจไปช่วยเหลือ ในอันสุดท้ายนี้แทบไม่ได้ออกแรงกระทำใดๆเลย แต่ก็ส่งผลได้ ทั้งนี้เพราะทุกอย่างเริ่มต้นที่ความคิด หากคิดดีแล้วจะส่งผลให้ พูดดีและทำความดีตามมาด้วย ผลของการกระทำความดีนี้เรามักจะเรียกว่า “ผลบุญ” ซึ่งสามารถสัมผัสได้แบบทันตาเห็นดังนี้
๑.หากทำบุญด้วยเงิน ผลที่จะได้รับคือ จะสามารถละกิเลสจากความโลภและ สิ่งที่ไม่ดีได้โดยง่าย
๒.หากทำบุญด้วยการออกแรงช่วยเหลือ ผลที่จะได้รับคือ จะเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรง และเชี่ยวชาญในงานนั้นๆเพิ่มขึ้น
๓.หากทำบุญด้วยวาจา เช่นพูดแนะนำสิ่งที่ดีหรือให้กำลังใจคน ผูให้ก็จะเป็นคนที่มีสเน่ห์ ได้มิตรที่ดี ใครๆก็อยากจะเข้ามาพูดคุยเจรจาด้วย
๔.หากทำบุญด้วยจิตใจ เช่นฟังธรรม กราบใหว้บูชาพระ ก็จะมีจิตใจที่สดชื่นแจ่มใส เห็นถูกเห็นชอบตามความเป็นจริง
“หากมอบรอยยิ้มจากดวงใจ ยิ้มสดใสจะมาให้เห็น”
๕. หากทำบุญด้วยการเจริญสติวิปัสนา จะเป็นการปิดประตูแห่งการหลงกระทำผิดทางกาย วาจาและใจ เมื่อไม่กระทำบาป จึงได้บุญกุศลไปในตัว หากจิตกล้าเกร่งขึ้นผลของการปฎิบัติก็จะแสดงให้เห็น
สิ่งที่ได้กล่าวมานี้สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเราเอง
เรื่องบุญใน“ยุคดิจิตอล” นี้จะขออธิบายปรากฏการณ์เหล่านี้ เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่ได้พิสูจน์แล้วจากหนังสือชื่อ Messages from Water ซึ่งเป็นผลงานการวิจัยและแต่งโดยเจ้านายของน้องเงินที่มีนามว่า ดร.มาซารุ เอะโมโตะ (Dr.Masaru Emoto)ที่โด่งดังไปทั่วโลก ดังนี้
๑.พื้นผิวของโลก ถูกปกคลุมไปด้วยน้ำถึง ๗0% เช่นเดียวกับร่างกายมนุษย์ ที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักถึง ๗๐ % และทำหน้าที่เป็นระบบไหลเวียนเลือด คอยหล่อเลี้ยงแทรกซึม นำสารอาหารต่างๆไปยัง ทุกอณูของร่างกาย
๒.เมื่อได้ทำการวิจัยโดยการใช้กล้อง ส่องดูโมเลกุลของน้ำที่มีที่นำมาจากแหล่งต่างๆ พบว่ารูปผลึกของน้ำมีความสวยงามและหลากหลายตามสภาวะสิ่งแวดล้อม
๓.ภาพของผลึกน้ำ(รูปร่างคล้ายผลึกของเกล็ดหิมะ) จะเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่งดงาม เพียงแค่พูดคำว่า “ขอบคุณ” และเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่น่าเกลียด เพียงแค่คำพูดว่า “ไอ้โง่”
๔.ภาพของผลึกน้ำมนต์จากวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่น เป็นภาพที่มีความสวยงามเป็นพิเศษ ยิ่งกว่าภาพไหนๆ น้องเงินจึงได้เข้าใจแล้วว่า น้ำมนต์ศักสิทธิ์และเย็นชื่นใจยามประพรม ก็เพราะว่าได้ผ่านคลื่นกระแส“จิต”(คลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้ารูปแบบหนึ่ง) จากผู้ประพฤติดีปฏิบัติดี แล้ว นั่นเอง
๕. หาก“คิด”ดี “พูด”ดีและ“ทำ”ความดีแล้ว ผลึกของน้ำในร่างกายของเรา จะสวยงามและมี“พลัง”ของความดีขนาดไหน พลังของผลึกน้ำในร่างกายนี่หละที่จะดึงดูดและส่งผลให้เราประสบแต่สิ่งดีๆในชีวิต
- Dr.Masaru Emoto-
Watercrystal of Fujiwara Dam before offering a prayer
รูปผลึกน้ำจากเขื่อนฟูจิวาร่า ก่อนนำมาทำน้ำมนต์
Watercrystal of Fujiwara Dam after offering a prayer
รูปผลึกน้ำจากเขื่อนฟูจิวาร่า หลังผ่านการสวดมนต์
Crystalof water that had beenexposed to a playing of "Heavy Metal" Music
รูปผลึกน้ำหลังอยู่ในสถานที่ที่มีการเปิดเพลงร็อคที่รุนแรง
Crystalof water that had been exposed to a playing of Kawachi Folk DanceSong
รูปผลึกน้ำหลังอยู่ในสถานที่ที่มีการเปิดเพลง"คาวาชิ" โฟลคเดนซ์
thewords “you make me sick. I will kill you.
”รูปผลึกน้ำที่มีคำว่า"คุณทำร้ายฉัน,ฉันจะฆ่าคุณ"
Crystalof water that had been exposed to the words "Thank you" Typed on a paper pastedon the bottle
รูปผลึกน้ำที่มีคำว่า"ขอบคุณ"ติดอยู่ข้างขวด
"Love /Appreciation"
รูปผลึกน้ำที่กล่าวคำว่า "รัก/หรือคำยกย่องชมเชย"
ยิ้ม แสงออร่าที่ออกมาก็จะงดงามตามไปด้วย ซึ่งมีการพิสูจน์มาแล้วอย่างมากมายจากต่างประเทศ จนมีคนหัวใส นำงานวิจัยมาจดสิทธิบัตรและทำเป็นธุรกิจ เช่น ธุรกิจน้ำแร่ที่มีภาพผลึกที่งดงามแหล่งน้ำแร่ธรรมชาติต่างๆ หรือเปิดธุรกิจร้านถ่ายภาพแสงออร่า เป็นต้น
ซึ่งขอแนะนำว่าหากจะทำธุรกิจแบบนี้บ้าง ให้ทำด้วย“ใจ”ที่หวังจะมอบสิ่งดีๆ ให้ผู้อื่นจริงๆ _________________ มีพบย่อมมีพราก
มีจากย่อมมีเจอ
ที่ไหนกันเล่าเออ
ที่ไม่ต้องเจอและไม่ต้องจาก
...ภุมริน... |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
poom076 ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Oct 2007 ตอบ: 562 ที่อยู่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
poom076 ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Oct 2007 ตอบ: 562 ที่อยู่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
|
ตอบเมื่อ: Thu Jan 24, 2008 12:59 pm เรื่อง: |
|
|
ในที่สุดหนังสือเล่มนี้ก็มีแปลมาเป็นภาษาไทยจนได้หนังสือชื่อ "มหัศจรรย์แห่งน้ำ คำตอบเพื่อชีวิตที่ดีกว่า" พึ่งซื้อมาเมื่อวานยังไม่ได้อ่านอะไรมากเลย อ่านดูคร่าวๆแล้วก็เห็นว่าเนื้อหามันน่าสนใจดี มันมีอะไรมากกว่าผลการทดลองที่ว่าผลึกน้ำจะออกมาเป็นรูปร่างยังไงเมื่อมีสิ่งมากระทบต่างกัน เดี๋ยวจะลองพิมพ์เนื้อหามาให้อ่านกัน
-------------------------------------------------------------------------
น้ำฝนที่ตกลงมาจากฟ้าใช้เวลาเป็นสิบปี ร้อยปี ได้ค่อยๆซึมลงไปเป็นน้ำใต้ดิน ดร.โจแอน เอส. เดวิด นักวิจัยชาวสวิสจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งซูริค ซึ่งศึกษาเรื่องน้ำมากว่า 30 ปี เรียกน้ำชนิดนี้ว่า "Wise water" หรือ "น้ำผู้ปราดเปรื่อง" และตรงกันข้าม เรียกน้ำฝนที่เพิ่งตกลงมาว่า "น้ำผู้อ่อนเยาว์"
.
.
.
ดร.เดวิสเคยกล่าวถึงเรื่องการศึกษาผลึกน้ำไว้ว่า
"ฉันเคยได้ยินหลายคนพูดถึงการวิจัยเรื่องผลึกน้ำ เชื่อว่าการศึกษาเรื่องนี้จะช่วยกระตุ้นให้เกิดความเข้าใจใหม่ ๆ เกี่ยวกับน้ำ ประการแรกคือเราควรให้ความเคารพต่อน้ำให้มาก ประการที่สอง การทำลองนี้จะบอกเราว่า น้ำสามารถมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับสิ่งที่มีความละเอียดอ่อนได้ ด้วยเหตุนี้เราจะสามารถใช้ผลึกน้ำชี้ให้นักวิทยาศาสตร์หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่า ขณะนี้แหล่งน้ำยังไม่ได้รับการปกป้องดูแลอย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ ในเรื่องที่เกี่ยวกับสุขภาพและการแพทย์ ที่แล้วมาเราไม่เคยสนใจในเรื่องคุณสมบัติของน้ำ ดังนั้นคนทั่วไปจึงเข้าใจว่าน้ำที่อุดมด้วยแร่ธาตุคือน้ำที่ดี แต่ไม่เข้าใจลึกซึ้งว่าที่จริงแล้วแร่ธาตุบางอย่างในน้ำแร่นั้นสามารถทำให้เส้นโลหิตแข็งตัวได้ นอกจากนี้ น้ำแร่ที่มีการอัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป จะทำให้เกิดสภาพเป็นกรดสูง ซึ่งเป็นผลเสียต่อร่างกาย ดังนั้นสิ่งที่ควรระวังไม่ใช่น้ำที่มาจากธรรมชาติ แต่เป็นน้ำที่บรรจุขวด เพราะน้ำเองก็ต้องการการไหลเวียนเช่นเดียวกัน"
ดร.เดวิสยังกล่าวอีกว่า
"อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่เราหันกลับมาเห็นคุณค่าของน้ำ ยิ่งเรามีความศิวิไลซ์มากขึ้น ความเคารพที่มีให้ต่อน้ำกลับน้อยลง ย้อนกลับไปในสมัยกรีกโบราณ ผู้คนให้ความเคารพต่อน้ำมาก เพื่อรักษาต้นน้ำลำธาร จึงได้มีเทพนิยายมากมายที่เกี่ยวกับน้ำ ต่อมา เมื่อโลกวิทยาศาสตร์ก้าวหน้า ตำนานต่างๆ ถูกมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ น้ำถูกมองเป็นของธรรมดา คนเราสนใจอย่างเดียวคือทำอย่างไรจะให้มันสะอาดด้วยการใช้เทคโนโลยีเข้าช่วย แต่น้ำที่ผ่านกระบวนการทำให้สะอาดกับน้ำบริสุทธิ์ไม่เหมือนกัน น้ำที่ผ่านกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ไม่สามารถเกิดผลึกน้ำสวยๆ ได้ สิ่งที่น้ำต้องการไม่ใช่การทำให้สะอาด แต่คือความเคารพ"
.
.
.
.
ต่อมาผมได้ทดลองสิ่งที่อาจารย์ชิโอยะ โนบุโอะพูดถึงเกี่ยวกับพลังแห่ง "วิญญาณของภาษา" ด้วยตัวผมเอง
นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันหนึ่งของเดือนกรกฏาคม ค.ศ. 1999
ในวันนั้น มีคนมาชุมนุมกันราว 350 คน ที่ริมทะเลสาบบิวะซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีตำนานเล่ากันมาแต่โบราณว่าแค่น้ำในทะเลสาบใสสะอาด น้ำทุกที่ในญี่ปุ่นก็จะสะอาดตามไปด้วย ดังนั้นผมจึงรับหน้าที่เรียกชุมนุมผู้คน จุดประสงค์หลักก็เพื่อมาร่วมมือกันทำให้น้ำในทะเลสาบบิวะใสสะอาด และขณะเดียวกันก็มาร่วมต้อนรับศตวรรษใหม่ ภาวนาขอให้โลกมีแต่สันติสุข
คนทั้งสามร้อยห้าสิบคนมาร่วมเปล่งคำอธิษฐานออกมา นำโดยท่านอาจารย์โนบุโอะ ซึ่งขณะนั้นท่านมีอายุ 97 ปี รวมพลังกันให้เป็นหนึ่งเรียกร้องให้โลกมีสันติ เสียงอันพร้อมเพรียงที่สะท้อนในทะเลสาบ ณ ห้วงเวลานั้นฟังแล้วขลังอย่างบอกไม่ถูก
หลังจากการชุมนุมกันครั้งนั้นผ่านไปราวหนึ่งเดือน ก็เกิดเรื่องที่น่าประหลาดขึ้น ในทะเลสาบบิวะที่ปกติทุกปีในหน้าร้อนจะมีสาหร่ายชื่อ โคคานาดะ ปกคลุมทั่ว ส่งกลิ่มเหม็น แต่ปรากฏว่ามันได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย และในปีเดียวกันนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงก่นด่าเรื่องน้ำในทะเลสาบส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย เรื่องนี้ได้ลงเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น (หนังสือพิมพ์เกียวโตชิมบุน ฉบับวันที่ 27 เดือนสิงหาคม ค.ศ. 1999) อย่างครึกโครม
แน่นอน หากไม่เข้าใจหลักการของ "วิญญาณของภาษา" อาจจะมองเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกประหลาดมหัศจรรย์ ที่จริงแล้ววิญญาณของภาษานั้นมีพลังที่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ รวมทั้งสามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้อีกด้วย ดังนั้น นี่อาจจะเป็นพลังจากวิญญาณของคำอธิษฐานขอให้โลกมีสันติสุข ที่สามารถทำให้น้ำในทะเลสาบสะอาดขึ้นได้
นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ การที่คน 350 คนมาร่วมกันอธิษฐานออกมาดังๆ ด้วยความตั้งใจอย่างแรงกล้านั้น สามารถทำให้เกิดพลังที่จะเปลี่ยนแปลงจักรวาลได้
ผมอ่านแล้วทำให้นึกถึงประเพณีลอยกระทงของไทยเราขึ้นมาเลย ประเพณีนี้มีขึ้นเพื่อขอขมาพระแม่คงคาที่ได้ปล่อยของเสียลงสู่แม่น้ำ ในสมัยก่อนนั้นทำกันด้วยจิตใจที่รู้สึกว่าขอขมา มันก็คงทำให้เกิดผลอะไรบางอย่างต่อน้ำเช่นเดียวกัน
แต่มาสมัยนี้คนเราไม่เชื่อเรื่องพระแม่คงคาประเพณีนี้ก็ทำไปด้วยความสุขสนานซะส่วนมาก คิดว่าน้ำมันก็คือน้ำจะขอขมาน้ำ มันคงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอก คิดว่าความเชื่อของคนสมัยก่อนนี่ช่างไร้สาระจริงๆ แต่เมื่ออ่านแล้วก็รู้ว่าจริงๆ แล้วสิ่งที่ทำไปมันก็ได้ก่อปฏิกิริยาต่อน้ำเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้คุณภาพน้ำดีขึ้นก็ได้
เมื่อสมัยก่อนที่ผมทำงานให้กับนิตยสารฉบับหนึ่ง ผมเคยเชิญชวนให้ผู้อ่านทำการทดลองอย่างหนึ่ง คือนำข้าวสารสุกมาใส่ขวดไว้สองใบ ทุกวันจะพูดกับข้าวในขวดหนึ่งว่า "ขอบคุณ" กับอีกขวดหนึ่งว่า "ไอ้บ้า" ผ่านไปหนึ่งเดือนให้ลองสังเกตว่าข้าวเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
เดือนหนึ่งผ่านไป ข้าวในขวดที่ได้ยินคำว่า "ขอบคุณ" จะฟู และมีกลิ่นหอมเหมือนส่าเหล้า ตรงกันข้าม ข้าวที่ฟังคำว่า "ไอ้บ้า" จะเน่าและมีสีออกดำ
ในหนังสือรวมภาพผมได้แนะนำการทดลองแบบนี้ไว้ด้วย ปรากฏว่ามีหลายครอบครัวทั่งประเทศทดลองอย่างเดียวกัน ทุกบ้านได้ผลการทดลองเหมือนกัน แต่มีอยู่ครอบครัวหนึ่งที่ได้ทำการทดลองไม่เหมือนเขา
โดยนอกจากจะพูดคำว่า "ขอบคุณ" และ "ไอ้บ้า" แล้ว ยังได้เพิ่มขวดใส่ข้าวอีกขวด ไม่ติดฉลากอะไร และไม่พูดอะไรกับมัน และไม่แยแสมันเลยอีกด้วย
ผลการทดลองที่ได้ คือ ขวดที่ไม่ได้รับการสนใจแยแส อยู่ในสภาพที่เน่าดำยิ่งกว่าขวดที่โดนด่าว่า "ไอ้บ้า" เสียอีก การทดลองนี้มีคนลองทำซ้ำ ก็ได้ผลแบบเดียวกัน อาจสรุปได้ว่า การที่ไม่สนใจแยแสนั้นทำให้เจ็บปวดมากกว่าการโดนดูถูกเสียอีก
การทดลองนี้ได้เผยความจริงที่ยิ่งใหญ่มาก ช่วยเตือนสติเราว่าเราควรให้ความรักและเอาใจใส่เด็ก ๆ ควรพูดคุยกับเข้าให้มาก ๆ สำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ก็ควรเอาใจใส่เด็กในท้อง และคุยกับเขาตั้งแต่อยู่ในท้องเช่นเดียวกัน
กับต้นไม้ที่วางอยู่ในห้อง ถ้าคุณเห็นความสวยงามของมัน ก็จงพูดชื่นชมมันบ้าง เชื่อว่าจะช่วยให้มันสวยงามมากยิ่งขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงหรือแมลงก็เช่นกัน จงจำไว้ว่าต้องพูดคุยกับพวกมันบ้าง
อ่านแล้วน้ำถึงพระแม่โพสพ ประเพณีทำขวัญข้าว
ธรรมชาตินั้นละเอียดอ่อนกว่าที่เราคิดนัก
นักวิชาการที่มีผลงานเด่นในการวิจัยเรื่องน้ำ ดร.โจแอน เดวิสได้เคยแนะนำไว้สั้นๆว่า
"มีนักฟิสิกส์ท่านหนึ่งทำการทดลองเพื่อวิเคราะห์ว่า ตำแหน่งการโคจรของดาวต่าง ๆ ในระบบสุริยะมีอิทธิพลอย่างไรต่อน้ำ เขาทดลองเอาแร่ธาตุต่าง ๆ ใส่ลงไปในน้ำ แล้วสังเกตดูว่า เมื่อดวงดาวโคจรถึงตำแหน่งหนึ่งๆ น้ำซึ่งมีแร่ธาตุชนิดต่าง ๆ อยู่ จะซึมเข้ากระดาษซับมากน้อยแตกต่างกันอย่างไร
ผลปรากฏว่า เมื่อดาวเสาร์โคจรมาในตำแหน่งที่มีอิทธิพลต่อโลก ธาตุตะกั่วจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง มีเพียงน้ำที่มีธาตุตะกั่วเท่านั้นที่ซึมเข้ากระดาษซับ ในขณะที่น้ำที่ผสมธาตุทองแดง เหล็ก เงิน และธาตุอื่นๆ กลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลย
จากผลการทดลองนี้สรุปได้ว่า ดาวเสาร์กับโลหะตะกั่วมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิต ในเมื่อธาตุที่เป็นโลหะมีความเกี่ยวข้องกับความรู้สึกของคนและบรรยากาศ หากอ้างอิงจากการทดลองนี้ จะเห็นได้ว่าดาวเสาร์อาจมีความสัมพันธ์กับอารมณ์โกรธของคนเรา
ลักษณะเฉพาะของดาวเคราะห์แต่ละดวงที่นักโหราศาสตร์มักอ้างถึง เป็นไปได้มากทีเดียวที่จะเกี่ยวกับธาตุที่เป็นโลหะ" _________________ มีพบย่อมมีพราก
มีจากย่อมมีเจอ
ที่ไหนกันเล่าเออ
ที่ไม่ต้องเจอและไม่ต้องจาก
...ภุมริน... |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
poom076 ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Oct 2007 ตอบ: 562 ที่อยู่: โรงพยาบาลแม่อาย จ.เชียงใหม่
|
ตอบเมื่อ: Thu Jan 24, 2008 1:00 pm เรื่อง: |
|
|
ผมขอยกอีกสักตัวอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่า การสั่นสะเทือนสามารถส่งผลต่อวัตถุต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือ พลังจากการสวดมนต์ที่สามารถเปลี่ยนคุณสมบัติของน้ำได้
ผมได้นิมนต์พระคุณเจ้าคาโตะ โฮกิ มาดำเนินการสวดมนต์ให้โดยพวกเรานัดกันไปที่ทะเสสาบฟูจิวาระ จำได้ว่าครั้งแรกที่ผมพบกับหลวงพ่อ ท่านได้นำรูปให้ผมดูสองรูป สองรูปนั้นคือรูปน้ำในทะเลสาบก่อนและหลังที่การทำพิธีสวดภาวนา หลังพิธีสวด น้ำในทะเลสาบจะใสกว่าอย่างเห็นได้ชัด และใสจนเห็นถึงก้นบึ้ง ซึ่งผมเองยังจดจำได้ดีจนวันนี้ แต่อย่างไรก็ตามผมก็อยากพิสูจน์ไห้เห็นกับตาตัวเอง ดังนั้นจึงได้นิมนต์ท่านมาเพื่อทำพิธีสวดภาวนาครั้งนี้
At the Lake Fujiwara
with a Chief Priest Kato
การสวดมนต์ก็คือ การพูดวิงวอน ซึ่งย่อมมี "วิญญาณของภาษา" อยู่ด้วย เชื่อกันว่าพลังงานจากวิญญาณของภาษาสามารถเปลี่ยนน้ำในทะเลสาบให้ใสสะอาดได้ เพื่อพิสูจน์ให้แน่ใจ ผมจึงถ่ายภาพผลึกน้ำได้เพื่อสังเกตดูว่า น้ำจะเปลี่ยนแปลงไปอยางไรภายหลังการสวดภาวนา
เราทำพิธีสวดมนต์อยู่ริมทะเลสาบเป็นเวลา 1 ชั่วโมง และขณะเดียวกันก็บันทึกภาพพิธีทั้งหมดไว้ด้วย เมื่อพิธีเสร็จสิ้น ผมได้เข้าไปสนทนากับหลวงพ่อ ประมาณสิบห้านาทีต่อมา มีคนงานคนหนึ่งร้องขึ้นว่า
"น่าแปลกจัง! อยู่ดีๆน้ำก็ใสขึ้นได้เอง"
Lake Fujiwara
Before Incantations
Lake Fujiwara
After Incantations
และก็เป็นจริงอย่างที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาของเราเอง น้ำในทะเลสาบใสขึ้นจริงๆ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ น้ำมีแต่มลพิษ มองไม่เห็นแม้แต่เงาของต้นไม้บนผิวน้ำเลยด้วยซ้ำ
ผมรีบนำน้ำที่เปลี่ยนไปหลังพิธีสวดภาวนา ไปตรวจหาผลึก
Before Incantations
So miserable crystals
After Incantations
What a drastic difference!
How beautiful!
น้ำก่อนทำพิธีไม่เกิดผลึกใด ๆ แต่กลับเห็นรูปเหมือนใบหน้าคนที่ดูเจ็บปวด บิดเบี้ยว น่ากลัวมาก ตรงกันข้าม น้ำหลังพิธีสวดมนต์กลับให้ผลึกที่งดงามอย่างประหลาดและดูขลังอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นผลึกหกแฉกใหญ่ในหกแฉกใหญ่มีหกแฉกเล็กๆ ซ้อนกันอยู่ ส่องเป็นประกายสดใส เปล่งรัศมี
แน่นอนว่า การจะสวดภาวนาจนน้ำสะอาดได้นั้นต้องใช้เวลา บางทีการที่น้ำจะเกิดการเปลี่ยนแปลงให้เรามองเห็นได้ต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจากการสั่นสะเทือนของเสียงสวดมนต์ที่ได้กระจายไปยังสิ่งต่าง ๆ โดยรอบ รวมทั้งน้ำด้วย นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ทางกายภาพธรรมดา ๆ เสียแล้ว ถ้าหากไม่ใช้มุมมองของโลกทางจิตวิญญาณเข้ามาประกอบด้วย ก็คงยากที่จะเข้าใจ
เรื่องยังไม่จบเท่านี้ หลังจากผมทำการทดลองเรื่องนี้เสร็จได้พักหนึ่ง หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งได้ลงข่าวว่า พบศพผู้หญิงในทะเลสาบฟูจิวาระ สันนิษฐานว่าน่าจะถูกฆาตกรรม ทำให้ผมคิดถึงน้ำก่อนพิธีสวดภาวนาที่ไม่ให้ผลึกใดๆ และยังเกิดภาพใบหน้าที่บิดเบี้ยวเจ็บปวด
บางทีวิญญาณของหญิงสาวคนนั้นอาจส่งข่าวผ่านมาทางน้ำเพื่อบอกพวกเราก็เป็นได้ว่า วิญญาณของเธอได้รับอานิสงส์จากการสวดมนต์และเปลี่ยนไปเป็นวิญญาณที่บริสุทธิ์ พ้นจากความทุกข์ทรมานแล้ว
มีบางการทดลองที่ดร. ลองส่งพลังไปทำความสะอาดทะเลสาป โดยใช้คนจำนวนมากช่วยส่งพลังไป น้ำจะสะอาดขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้นะ เค้าทดลองกับทะเลสาปหลายแห่งเหมือนกัน เค้าก็ถ่ายรูปทะเลสาปมาให้ดูด้วยแหล่ะ รวมทั้งถ่ายรูปผลึกน้ำก่อนและหลังส่งพลังด้วย ซึ่งผลึกมันก็สวยขึ้น แต่ก็ไม่รู้ว่ามันดีขึ้นจริงๆ หรือเปล่า แต่มีที่นึงหลังจากที่ได้ทำการส่งพลังให้กับทะเลสาปแล้ว 1 เดือนหลังจากนั้น หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นลงข่าวว่า กลิ่นเหม็นของแม่น้ำที่ได้กลิ่นประจำทุกปี มาปีนี้กลิ่นไม่มีเลย อันนี้คงพอเป็นอันนึงที่พอจะยืนยันได้ว่ามันช่วยได้
การทดลองที่ว่านั้นได้ไปทำที่ทะเลสาปบิวะ ในวันที่ 25 กรกฏาคม 1999 โดยใช้คนจำนวน 350 คน
Experiment to Cleanse Water
at Lake Biwa
นี่เป็นคำพูดที่พูดในวันนั้น(จริงๆ แล้วคงเป็นภาษาญี่ปุ่น อันนี้คงแปลมา)
The infinite power of the Universe has been crystallized to make a peaceful world with true harmony upon Earth!
คน 350 คนพูดพร้อมกันดังๆ 10 ครั้ง (แค่นี้เอง?)
หลังจากนั้นก็ดูผล
นี่เป็นภาพผลึกน้ำก่อนทำการทดลอง
และนี่เป็นภาพผลึกน้ำหลังการทดลอง
ก็ดูสวยขึ้นนะ แต่โดยส่วนตัวแล้วก็คิดว่า แค่นี้.... มันจะเป็นการยืนยันได้เหรอว่าทะเลสาปสะอาดขึ้นจริง
แล้วแต่ก็....หลังจากนั้นในวันที่ 27 สิงหาคม 1999 1 เดือนหลังจากนั้น
ก็มีข่าวจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นลงว่า กลิ่นเหม็นจากทะเลสาปที่ได้กลิ่นเป็นประจำ มาปีนั้นได้หายไป
Article on Kyoto Shimbun on Aug 27, 1999
Only this year, a foreign species of alga that had been
notorious for many years for growing unusually in a large
quantity and making a foul odor did not show up, and the city
office, that had gotten so many calls of complaint from the local
residents for many years, did not receive any call this year.
อันนี้ก็พอจะยืนยันได้ เพราะว่าคนท้องถิ่นเองก็น่าจะรู้ว่าปกติแล้วทะเลสาปมันเป็นยังไง
ถ้าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ.....
ก็นึกไปถึงเรื่องประเพณีลอยกระทงบ้านเรา ที่ทำไปเพื่อขอโทษแม่น้ำ บางที...ประเพณีนี้อาจจะทำให้แม่น้ำสะอาดขึ้นจริงก็ได้นะ ถ้าตั้งใจขอโทษจริงๆ
ข้อมูลการทดลองกับทะเลสาปนั้น เอามาจากที่นี่ http://www.thank-water.net/english/emoto/masaru.htm _________________ มีพบย่อมมีพราก
มีจากย่อมมีเจอ
ที่ไหนกันเล่าเออ
ที่ไม่ต้องเจอและไม่ต้องจาก
...ภุมริน... |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
svt ผู้ดูแลระบบ
เข้าร่วม: 17 Jun 2007 ตอบ: 591
|
ตอบเมื่อ: Tue Jan 29, 2008 6:46 pm เรื่อง: |
|
|
เป็นบทความที่น่าสนใจดีครับ
มโนธาตุ-ธาตุรู้ในสภาพจิตใจมนุษย์ สามารถสื่อสารเหนี่ยวนำปรับสภาวะคุณลักษณะความเป็นธาตุต่างๆ ดังเช่น ธาตุน้ำที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมบริเวณปริมลฑล
และน้ำก็สามารถสื่อสารด้วยลักษณะภาษาจิตวิญญาณภายในตัวมันเองได้
อย่างน้อยมนุษย์ก็พิสูจน์ทราบจากการจัดเรียงโมเลกุลความเป็นผลึกที่บ่งบอกคุณลักษณะ
น้ำในร่างกายคนเราที่ไหลเวียนอยู่ สามารถปรับไปสู่คุณลักษณะที่เป็นคุณประโยชน์ที่ดีต่อร่างกายภายใน ได้เฉกเช่นเดียวกัน จากการเจริญความเมตตา คิดดี พูดดี ทำดี ศีล สมาธิ และปัญญา
เพื่อเป็นภูมิคุ้มภัยที่แข็งแรงจากโรคทางกาย โรคทางใจ ที่มนุษยเราเผชิญอยู่ในโลกทุกวันนี้
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
santati สมาชิกธรรมศาลา
เข้าร่วม: 22 Aug 2007 ตอบ: 179 ที่อยู่: ปทุมธานี
|
ตอบเมื่อ: Wed Jan 30, 2008 1:45 pm เรื่อง: |
|
|
เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากครับ เคยเห็นใน email ที่ foword ต่อๆกันมาแต่ไม่ละเอียดอย่างนี้ |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
|